ตุรกี
10 วัน 8 คืน
Qatar Airways (QR)
สนามบินอู่ตะเภา
23 มื้อ
4 ดาว
ไฮไลท์ทัวร์
ชมความงดงามของมัสยิดเก่าแก่ “Grand Mosque” แห่งเมืองบูร์ซา
สัมผัสความงามของ “ปามุคคาเล่” มรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม
นำชม “เมืองโบราณเอเฟซุส” เมืองโบราณยุคกรีกโรมัน
สัมผัสความงดงามของ “พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่”
เข้าชม “พระราชวังทอปคาปี” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้
นำท่าน “ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส” หนึ่งช่องแคบเลื่องชื่ออันดับต้นๆของโลก
โปรแกรมทัวร์
-
| 04.30 น. |
สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
|
| 07.50 น. |
ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR829
|
| 11.40 น. |
เดินทางถึงประเทศกาตาร์ ให้ท่านแวะพักเปลี่ยนเครื่อง (ในเวลาเปลี่ยนเครื่องประมาณ 2 ชั่วโมง)
|
| 13.30 น. |
ออกเดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR241
|
| 18.25 น. |
เดินทางถึงท่าอากาศยานอิสตันบูล อาตาตู ประเทศตุรกี หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้า เมือง และด่านศุลกากรเรียบร้อยแล้ว
|
| ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเดินทางสู่ที่พัก พักที่ : RAMADA ENCORE HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
|
-
| เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำท่านเดินทางสู่ “เมืองบูร์ซา” (Bursa) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของตุรกีซึ่งห่างจากอิสตันบูล ประมาณ 235 มีพื้นที่ประมาณ 11,000 ตารางกิโลเมตร มีประชาการอาศัยอยู่ประมาณ 1.5 ล้านคน มีความ สำคัญและใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศและเมืองนี้ ยังมีชื่อเสียงทางด้านเส้นไหมเพื่อส่งออกไปยัง ตลาดต่างๆ ประมาณ 70% เพื่อนำไปทอเป็นพรมในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักร ออตโตมาน ตั้งแต่ปี ค.ศ.1326-1362 และ จากนั้นได้ย้ายเมืองหลวงไปตั้งที่เอดิร์เน ที่อยู่ทางด้านเหนือ ของกรุงคอนสแตนดิโนเปิล นำท่านชมความงามของ “มัสยิดเก่าแก่ของเมืองบูร์ซา” (Grand Mosque) ภายในจะพบกับผลงานอันละเอียดอ่อน และประณีตของงานกระเบื้องประดับที่มีสีสันลวดรายที่ละเอียด และซับซ้อนอย่างพิสดารทั้งลายรูปวงกลม รูปดาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาอิสลาม และรูปเรขาคณิต ชม “สุสานสีเขียว” (Green Tomb) หรือ Yesil Mosque สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา ที่มีความสวยงาม อีกแห่งหนึ่งของเมืองเบอร์ซา ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1491 - 1421 โดยสถาปนิกชื่อ HaciIvaz Pasa โดยใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบเบอร์ซา อาคารสุเหร่ามีความโดดเด่นด้วยการใช้กระเบื้องหินอ่อน สีฟ้าเขียวในการตกแต่งผนังและเพดานด้านในก็ถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสคสีฟ้าเขียวเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ภายในสุเหร่าแห่งนี้ ยังมีที่บรรจุศพของสุลต่านเมห์เมดที่ 1 และครอบครัว สถานที่แห่งนี้ จึงถือได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าของประเทศตุรกี จากนั้น นำท่านช้อปปิ้ง “ตลาดผ้าไหมตลาดเมืองบูร์ซา” (Bursa Silk Market) ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตก เฉียงใต้ของประเทศตุรกี โดยตลาดแห่งนี้ค้าขายผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมเป็นหลัก โดยเฉพาะผ้าคลุม ศีรษะลวดลายพื้นเมืองจะขายดีเป็นพิเศษ
|
| เที่ยง |
บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| บ่าย |
นำคณะออกเดินทางสู่ “เมืองอิซเมียร์” (Izmir) เมืองเก่าแก่ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นหุบเขารายล้อม เป็นมหานครในปลายสุดทางตะวันตกของอานาโตเลีย และเป็นเมืองอันดับที่สามมีประชากรมากที่สุด ในประเทศตุรกี
|
| ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร พักที่ : RAMADA PLAZA HOTEL
|
-
| เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำคณะนำท่านชม “มัสยิดโคนัค” (Konak Mosque) มัสยิดรูปทรงวงกลมขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในเขตจัตุรัส โคนัค ถูกสร้างขึ้นในปี 1754 ในรูปแบบสถาปัตยกรรมออตโตมัน หลังคา ประตู หน้าต่าง ถูกล้อมรอบด้วย กระเบื้องเซรามิกและหินอย่างสวยงาม ผ่านชม “หอนาฬิกาอิซเมียร์” (Izmir Clock Tower ) หอนาฬิกา หินอ่อน ตั้งอยู่บริเวณใจกลางจัตุรัสโคนัค โดยหอนาฬิกานั้นมีความสูงประมาณ 25 เมตร (82 ฟุต) ถูกสร้างขึ้นในปี 1901 ในรูปแบบสถาปัตยกรรมออตโตมัน เพื่อเป็นอนุสรณ์ครบรอบ 25 ของ Abdulhamid II 's (ครองราชย์ 1876-1909) ปัจจุบันหอนาฬิกาแห่งนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของอิซเมียร์
|
| เที่ยง |
บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| บ่าย |
นำคณะท่านชม “เมืองโบราณเอเฟซุส” (Ephesus) หรือเอเฟส เมืองโบราณยุคกรีกโรมัน เป็นเมืองเก่า ยุคจักรวรรดิโรมันที่ถือว่าเจริญรุ่งเรืองด้วยศิลปะวิทยาการ มีระบบวางท่อน้ำ หอสมุด และอื่นๆรวมทั้ง โรงละครใหญ่ทรงโค้งแบบพิมพ์นิยมของกรีกโบราณ มีลานกว้างตรงกลาง แบ่งที่นั่งคนดูเป็น 3 ชั้น ตามระดับความสำคัญไล่ไปจนถึงคนธรรมดาสามัญ ใช้เป็นที่เป็นที่ประชุม จัดแสดงละครและการต่อสู้ สิงสาราสัตว์ของเหล่าทาส ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ “เมืองคูซาดาซี” (Kusadasi) เป็นท่าเรือ ธรรมชาติที่ใช้มาตั้งแต่ก่อนคริสตกาล หลังจากที่ตกเป็นอาณาจักรออตโตมัน มหาเสนาดีโอคุซ เมห์เหม็ด พาชา ผู้เป็นวิเซียร์แห่งสุลต่านอาห์เหม็ดที่ 1 และสุสต่านออสมันที่ 2 ได้สร้างสุเหร่าคาไลชิ และโรงอาบน้ำ ตลอดจนกำแพงเมืองที่พักสำหรับกองคาราวาน เพื่อให้คูซาดาซีเป็นเมืองท่าที่ เหมาะในการทำการค้าระหว่างยุโรปและแอฟริกาใต้ และ คูซาดาซีเพิ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เมื่อปี ค.ศ. 1980
|
| ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร พักที่ : ROYAL PALACE HOTEL
|
-
| เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำคณะท่านเดินเข้าสู่ “โรงงานเครื่องหนัง” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศตุรกี จากนั้นนำท่านเดินสู่ “Sirince Village”เป็นหมู่บ้านที่มีเสน่ห์ที่มีชื่อเสียงด้านไวน์ผลไม้ ให้ท่านได้ชื่นชมความงามของหมู่บ้าน และลิ้มรสไวน์ผลไม้ที่เป็นเอกลักษณ์
|
| เที่ยง |
บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| บ่าย |
นำคณะออกเดินทางสู่ “เมืองปามุคคาเล่” (Pamukkale) คำว่า “ปามุคคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” Pamuk หมายถึง ปุยฝ้าย และ Kale หมายถึง ปราสาท เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้น จากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูนผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำ ปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้วเป็นแอ่งเป็นชั้นลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศเกิดเป็นประติมากรรม ธรรมชาติอันสวยงามแปลกตาและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน จนทำให้ปามุคคาเล่ ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปีค.ศ. 1988 นำคณะท่านชม “ปราสาทปุยฝ้าย” (Cotton Castle) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน นำท่านชมหน้าผาที่ขาว กว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจาก หิมะ เมฆหรือปุยฝ้าย น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่าง ๆ อย่างมหัศจรรย์ น้ำแร่นี้ มีอุณหภูมิประมาณ 33-35 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามี คุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้
|
| ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร พักที่ : TRIPOLIS HOTEL ที่พักระดับใกล้เคียง
|
-
| เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำคณะออกเดินทางสู่ “เมืองคอนย่า” (Konya) เป็นเมืองที่นิยมใช้เป็นจุดพักของการเดินทางในอดีต เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุกเติร์ก ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งแรกของชาวเติร์กในตุรกีหรือที่ ยุคนั้นเรียก อนาโตเลีย เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ นำท่านชม “พิพิธภัณฑ์เมฟลานา” (Mevlana Museum) อาคารหลังใหญ่ที่มีโดมสีเขียวทรงแปลกตาหลังนี้แม้จะเป็นพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบัน แต่ในอดีตแล้วที่นี่คือ สถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอิสลามที่สร้างโดย “เมฟลานา เจลาลุดดีน รูมี” ( Mevlana Celaleddin Rumi ) และบรรดานักบวชในศาสนาจะใช้เป็นที่สวดมนต์ทำสมาธิด้วยวิธีการ อดอาหารเพื่อทรมานตัวเองแล้วไปเดินหมุนวนเป็นวงกลมพร้อมกับการทำจิตให้สงบด้วยการฟังเสียง ขลุ่ยเรียกวิธีนี้ว่า “Whirling Dervishes” ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์จะมีสวนสวยริมทางเดินที่ปูด้วยแผ่นหิน ส่วนพิพิธภัณฑ์นั้นก็ยังตกแต่งอย่างสวยงาม แต่ก็เป็นไปในรูปแบบของมุสลิมด้านหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ แห่งนี้จะเป็นสุสานของเมฟลานา เจลาลุดดีน รูมี ผู้สร้าง ตลอดจนคนในครอบครัวและกลุ่มลูกศิษย์ ผู้ติดตามรับใช้ใกล้ชิดท่านด้วย อีกทั้งในวันที่ 17 ธันวาคมของทุกปีจะมีการเฉลิมฉลองวันครบรอบ การจากไปของเมฟลานาเมื่อปี ค.ศ. 1271
|
| เที่ยง |
บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| บ่าย |
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองคัปปาโดเกีย” (Cappadocia) เมืองที่มีลักษณะภูมิประเทศสวยงามมาก ซึ่งองค์การยูเนสโก้ได้ประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลก ระหว่างทางแวะถ่ายภาพ “Sultan Han Caravanserai” คาราวานสไลน์ ที่พักกองคาราวานในอดีตของสุลต่านฮานี ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสุลต่าน ฮานี สร้างโดยสุลต่านอาเลดดิน เคย์โคบาท ราวศตวรรษที่ 13 ประตูทำด้วยหินอ่อนสกัดลวดลาย โบราณ ตรงกลางเป็นสุเหร่า ส่วนบริเวณอื่นจัดเป็นครัว ห้องน้ำ และห้องนอน
|
| ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร พักที่ : AVRASYA HOTEL ที่พักระดับใกล้เคียง
|
-
| 05.00 น. |
สำหรับท่านที่สนใจ ขึ้นบอลลูน เพื่อชมความงามของพระอาทิตย์ขึ้น ท่านสามารถเลือกซื้อ Optional Hot Air Balloon Tour ได้ สนนราคาประมาณ 210 USD ต่อท่าน สำหรับประกันภัยที่ทำจากเมืองไทย ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และ เครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นการเลือกซื้อ Optional tour ขึ้นกับ ดุลยพินิจของท่าน)
|
| เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำท่านชม “พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่” (Goreme Open Air Museum) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนา คริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวน มากเพื่อสร้างโบสถ์และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ นำคณะท่านชม “เมืองคัปปาโดเกีย” (Cappadocia) ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แปรสภาพเป็น หุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหิน และเสารูปทรงต่าง ๆ ที่งดงาม คัปปาโดเกีย เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า ดินแดนม้าพันธุ์ดีตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกีเป็น พื้นที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และ ภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปี ที่แล้ว เถ้าลาวา ที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายทั่วบริเวณจนทับถมเป็ นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา จากนั้นกระแส น้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ กัดเซาะกร่อนหิน แผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อย ๆ นับแสน นับล้านปีจนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูป แท่ง กรวย ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้ นที่เรียก ขานกันว่า ปล่องไฟนางฟ้า ในปีค.ศ. 1985 ยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็น มรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี ชม “นครใต้ดิน” (Underground City) เมืองใต้ดินของตุรกีมีอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมีอุโมงค์เชื่อมต่อถึงกัน เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือ ศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมันที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ เมืองใต้ดิน ที่มีขนาดใหญ่ แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้อง ๆ มีทั้งห้องครัว ห้องหมักไวน์ มีโบสถ์ ห้องโถงสำหรับใช้ประชุม มีบ่อน้ำและระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศ ค่อนข้างบางเบาเพราะอยู่ลึกและทางเดินบางช่วงค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้
|
| เที่ยง |
บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| บ่าย |
จากนั้นนำท่านสู่ “อุชิซาร์” (Uchisar) หนึ่งในความมหัศจรรย์ของคัปปาโดเกีย หุบเขาอุซิซาร์ หุบเขา คล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาดังกล่าวมีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิด จากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อาศัย อุซิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณ โดยรอบ ในอดีตอุซิซาร์ มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่อง ข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย จากนั้นนำท่านแวะ “ชมโรงงานทอพรม” และ “โรงงานเซรามิค” สินค้าคุณภาพดี และขึ้นชื่อของประเทศตุรกี ให้เวลาท่านเลือกซื้อตามอัธยาศัยอิสระกับการเลือกซื้อสินค้า และของที่ระลึก
|
| ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร พักที่ : AVRASYA HOTEL ที่พักระดับใกล้เคียง
|
-
| เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำคณะท่านเดินทางสู่ “กรุงอังการา” (Ankara) เมืองหลวง ของประเทศตุรกี เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ สองรองจากอิสตันบูล ตั้งอยู่กึ่งกลางของประเทศและพัฒนาเติบโตขึ้นมา โดยได้รับอิทธิพลจากทั้งฝั่ง ยุโรปและตะวันออกกลาง จึงทำให้เป็นอีกเมืองที่มีความผสมผสานที่เเสนจะลงตัวเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้ง วัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การมาสัมผัส ระหว่างทางให้ท่านได้เก็บภาพ “ทะเลสาบเกลือ” (Salt Lake) นำทุกท่านเดินทางสู่ “สุสานอตาเติร์ก” (Ataturk Mausoleum) เป็นอนุสรณ์สถานและสุสานของ MUSTAFA KEMAL ATATURK ซึ่งเป็นผู้นำในสงครามกู้ อิสรภาพของตุรกีหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี และประธานาธิบดีคนแรกเป็นสุสานของ ISMET INONU ประธานาธิบดี คนที่ 2 ของตุรกีด้วย อนุสรณ์สถานออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1944 - 1953 ในธนบัตรตุรกีที่พิมพ์ระหว่างปี 1966 - 1987 และ 1999 - 2009 จะเป็นรูปของ ANITKABIR ด้วย
|
| เทียง |
บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| บ่าย |
ได้เวลาอันสมควร นำคณะท่านเดินทางสู่ “เมืองอิสตันบูล” (Istanbul) เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ ยาวนานหลายศตวรรษตั้งแต่ก่อนคริสตกาล อิสตันบูล ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้ อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป และทวีปเอเชีย สถาปัตยกรรมอันงดงามผสมผสานทั้ง 2 ทวีป ทำให้อิสตันบูลมีเอกลักษณ์เฉพาะที่พิเศษ
|
| ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร พักที่ : RAMADA ENCORE HOTEL ที่พักระดับใกล้เคียง
|
-
| เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นําคณะท่านชม “ฮิปโปโดรม” (Hippodrome) หรือสนามแข่งม้าโบราณ ซึ่งมีเสาโอเบลิสค์ซึ่งเหลือแค่ ส่วนปลายที่ยาว 20 เมตร มีงานแกะสลักอันมีความหมายและมีค่ายิ่ง นำท่านเข้าชม “พระราชวังทอปคาปี” (Topkapi Palace) ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าซึ่งถือเป็นเขตประวัติศาสตร์ที่ได้รับ การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จากยูเนสโกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 พระราชวัง Topkapi สร้างขึ้นโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 ในปี ค.ศ.1459 บนพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 4 ลานกว้าง และมีอาคารขนาดเล็กอีกจำนวนมาก ณ จุดที่สร้างพระราชวังแห่งนี้ สามารถมองเห็นช่องแคบบอสฟอรัส โกลเดนฮอร์นและทะเลมาร์มาร่าได้อย่างชัดเจน ในช่วงที่เจริญ สูงสุดของอาณาจักรออตโตมัน พระราชวังแห่งนี้มีราชวงศ์และข้าราชบริพารอาศัยอยู่รวมกันมากถึง สี่พันกว่าคน นำท่านเข้าชมส่วนของท้องพระโรงที่เป็นที่จัดแสดงทรัพย์สมบัติ ข้าวของเครื่องใช้ ส่วนพระองค์เครื่องเงินต่างๆ มากมาย ชม “สุเหร่าเซนต์โซเฟีย” (Saint Sophia) หรือ โบสถ์ฮาเจีย โซเฟีย 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ในอดีตเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ ปัจจุบันเป็นที่ประชุม สวดมนต์ของชาวมุสลิม
|
| เทีี่ยง |
บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| บ่าย |
นำชม “สุเหร่าสีน้ำเงิน” (Blue Mosque) หรือชื่อเดิม คือ สุเหร่าสุลต่านห์อาร์เหม็ดที่ 1 (Sultan Ahmed Mosque) **การเข้าชมสุเหร่าทุกแห่งจะต้องถอดรองเท้า ถอดหมวก ถอดแว่นตาดำ เป็นการเคารพสถานที่ ถ่ายรูปได้ ห้ามส่งเสียงดัง และกรุณาทำกิริยาให้สำรวม** สุเหร่านี้สร้างในปี 2152 เสร็จปี 2159 (1 ปีก่อน สุลต่านอาห์เหม็ดสิ้นพระชนม์ด้วยอายุเพียง 27 พรรษา) มีหอเรียกสวด อยู่ 6 หอ เป็นหอคอยสูงให้ผู้นำ ศาสนาขึ้นไปตะโกนร้องเรียกจากยอด เพื่อให้ผู้คนเข้ามาสวดมนต์ตามเวลาในสุเหร่า ชื่อสุเหร่าสีน้ำเงิน ภายในประดับด้วยกระเบื้องสีฟ้าจากอิซนิค ลวดลายเป็นดอกไม้ต่างๆ เช่น กุหลาบ ทิวลิป คาร์เนชั่น เป็นต้น ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ภายในมีที่ให้สุลต่านและนางในฮาเร็มทำละหมาดและสวดมนต์โดยเฉพาะ มีหน้าต่าง 260 บาน สนามด้านหน้าและด้านนอกจะเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์และพระราชวงศ์และจะมี สิ่งก่อสร้างที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั่วไป เช่น ห้องสมุด โรงพยาบาล โรงอาบน้ำ ที่พักกอง คาราวาน โรงครัวสาธารณะคุลีเรีย (Kulliye) จากนั้น ให้ท่านชมความงดงามโดยการ “ล่องเรือชมช่องแคบ บอสฟอรัส” (Bosphorus Cruise) ถือเป็นหนึ่งในช่องแคบเลื่องชื่ออันดับต้นๆของโลก เป็นพรมแดนธรรมชาติ ที่แบ่งอิสตันบูลออกจากยุโรปและเอเชีย ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมต่อกับทะเลดำ (The Black Sea) เข้ากับ ทะเลมาร์มาร่า (Sea Of Marmara) ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 32 ก.ม. ความกว้างตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 ก.ม. ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่ หลังจากล่องเรือ นำท่านเดินทางสู่ “แกรนด์บาซาร์” (Grand Bazaar) ตลาดช้อปปิ้งที่ใหญ่และโด่งดังที่สุด ในตุรกีเป็นตลาดสไตล์เตอร์กิชแท้ ๆ ภายในตลาดตกแต่งไว้อย่างสวยงามและเป็นตลาดเก่าแก่เปิดมา นานกว่า 1,500 ปี ซึ่งสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1453 มีเนื้อที่ทั้งหมดเกือบ ๆ 200 ไร่ มีร้านค้าขายของต่าง ๆ มากถึง 5,000 ร้านค้า ที่ตลาดแกรนด์บาซ่าร์มีสินค้าให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นของกินเล่นขนมของ ตุรกีที่หาซื้อจากที่ไหนไม่ได้ ของที่ระลึกที่แนะนำก็จะเป็น ลูกปัดตาปีศาจ เครื่องราง ชา ผลไม้อบแห้ง ถั่วหลากชนิดเช่น ถั่วแมคคาดาเมีย พิตาชิโอ หรือจะเป็นขนมหวาน เตอร์กิสดีไลต์ เครื่องเทศ เซรามิก จาน ชาม แจกัน เครื่องดนตรีพื้นเมือง โคมไฟ พวงกุญแจหรือกระเบื้องเพนท์ติดผนัง และของที่ระลึกอื่น ๆ
|
| ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร พักที่ : RAMADA ENCORE HOTEL ที่พักระดับใกล้เคียง
|
-
| เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก สมควรแก่เวลา นำคณะท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา
|
| 13.35 น. |
เหิรฟ้ากลับสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR240
|
| 17.45 น. |
เดินทางถึงประเทศกาตาร์ ให้ท่านแวะพักเปลี่ยนเครื่อง
|
| 20.05 น. |
เหิรฟ้าสู่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR828
|
-
| 06.30 น. |
เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
|
เงื่อนไขการบริการ
เงื่อนไขการชำระค่าบริการเดินทางท่องเที่ยว
- ท่านสมาชิกจะต้องชำระเงินมัดจำเป็นเงินจำนวน 10,000 - 30,000 บาท / ท่าน เพื่อสำรองที่นั่ง ตามระยะเวลาที่บริษัทฯ ได้กำหนดในใบเรียกเก็บเงินงวดที่ 1 ( Invoice ) ( จำนวนยอดชำระมัดจำเป็นไปตามรายละเอียดเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในแต่ละท้ายโปรแกรม )
- ท่านสมาชิกต้องชำระค่าบริการส่วนที่เหลือทั้งหมด ก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 21 วัน กรณีที่ท่านไม่ได้ชำระเงิน หรือชำระเงินไม่ครบภายในกำหนดในใบเรียกเก็บเงินงวดที่ 2 ( Invoice ) รวมถึงกรณีเช็คของท่านถูกปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ว่ากรณีใดๆ จะถือว่าท่านสละสิทธิการเดินทาง
- กรณีจองทัวร์ก่อนวันเดินทางน้อยกว่า 7-20 วัน ท่านจะต้องชำระเต็มจำนวน 100 %
- การติดต่อกับทางบริษัทฯ สามารถติดต่อได้ในเวลาทำการ คือ วันจันทร์ - วันเสาร์ เวลา 9.00 น. – 18.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าว และวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆ ถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัทฯ
เงื่อนไขการยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยว
- กรณีที่ท่านสมาชิกต้องการขอยกเลิกการเดินทาง หรือเลื่อนการเดินทาง ( ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง ) ทางบริษัทฯ จะมีเอกสารในการยืนยันการยกเลิกให้ท่านเซ็นต์ตอบกลับ ผ่านทาง E-Mail เพื่อเป็นการแจ้งยกเลิกการจองเป็นลายลักษณ์อักษร ทางบริษัทฯ ไม่รับยกเลิกการจองผ่านทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใดๆ
- กรณีท่านสมาชิกต้องการขอรับเงินค่าบริการคืน ทางบริษัทฯ จะมีเอกสารในการยืนยันขอรับเงินค่าบริการคืนให้ท่านเซ็นต์ตอบกลับ ผ่านทาง E-Mail โดยแนบหนังสือมอบอำนาจ พร้อมหลักฐานประกอบการมอบอำนาจ หลักฐานการชำระเงินค่าบริการต่างๆ และหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการให้นำเงินเข้าให้ครบถ้วน โดยมีเงื่อนไขการคืนเงินค่าบริการ ดังนี้
- ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 30 วันขึ้นไป คืนเงินค่าบริการ 100% ของค่าบริการที่ชำระแล้ว
** ในกรณีที่วันเดินทางตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ ต้องยกเลิกการเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน **
- ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15 - 29 วัน เก็บค่ามัดจำทั้งหมด และเก็บค่าบริการ 50% จากราคาทัวร์ทั้งหมด
- ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 0 - 14 วัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บเงินค่าบริการทั้งหมด ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
- การเดินทางแบบตัดกรุ๊ป ที่ต้องการันตีมัดจำ หรือ ซื้อขาดแบบมีเงื่อนไข หรือ เที่ยวบินเหมาลำ Charter Flight หรือ Extra Flight กับสายการบิน หรือ ผ่านตัวแทนในประเทศ-ต่างประเทศ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำ หรือ ค่าบริการทั้งหมด ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
- บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ใน การยกเลิกการเดินทาง กรณีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไม่ถึง 15 คน
- บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ใน การเก็บค่าบริการทั้งหมด กรณีท่านยกเลิกการเดินทาง และมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯ กำหนดไว้ ( 15 ท่านขึ้นไป ) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทฯ และผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกัน และทางบริษัทฯ ต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน
- กรณีเจ็บป่วย ดังนี้
- กรณีเจ็บป่วยจนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง
บริษัทฯ จะทำการเลื่อน การเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไป แต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถ
ยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางได้ตามความเป็นจริง
- ในกรณีเจ็บป่วยกะทันหันก่อนเดินทางล่วงหน้า 7 วันทำการ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ิในการคืนเงินทุกกรณี
- กรณีเลื่อนการเดินทาง ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนการเดินทาง
เงื่อนไขและข้อกำหนดอื่นๆ ในการเดินทางท่องเที่ยว
- ทัวร์นี้สำหรับผู้มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น
- ทัวร์นี้เป็นทัวร์แบบเหมาจอย หากท่านไม่ได้ร่วมเดินทางหรือใช้บริการตามที่ระบุไว้ในรายการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด หรือถูกปฏิเสธการเข้า - ออกเมืองด้วยเหตุผลใดๆ ทางบริษัทฯ จะไม่คืนเงินค่าบริการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ท่าน
- ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านใช้บริการของทางบริษัทฯ ไม่ครบ อาทิ ไม่เที่ยวบางรายการ , ไม่ทานอาหารบางมื้อ เนื่องจากค่าใช้จ่ายทุกอย่างทางบริษัทฯ ได้ชำระค่าใช้จ่ายให้ตัวแทนต่างประเทศแบบเหมาจ่ายขาด ก่อนเดินทางเรียบร้อยแล้ว
- ตั๋วเครื่องบินเป็นตั๋วราคาพิเศษ กรณีที่ท่านไม่เดินทางพร้อมคณะ ไม่สามารถนำมาเลื่อนวันหรือคืนเงิน และไม่สามารถเปลี่ยนชื่อได้ รวมถึงหากมีการปรับราคาบัตรโดยสารสูงขึ้นตามอัตราค่าน้ำมันหรือค่าเงินแลกเปลี่ยน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ปรับราคาตั๋วดังกล่าว
- ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้กับท่านทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่ไม่มีวีซ่า และอย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่มีวีซ่า ทั้งนี้ หากทางนักท่องเที่ยวทุกท่านยินดีที่จะชำระค่าบริการเพิ่มจากการที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่าที่ทางบริษัทฯ กำหนดเพื่อให้คณะเดินทางได้ ทางบริษัทฯ ยินดีที่จะให้บริการต่อไป
- ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายจากความผิดพลาดในการสะกดชื่อ นามสกุล คำนำหน้าชื่อ เลขที่หนังสือเดินทาง และอื่นๆ เพื่อใช้ในการจองตั๋วเครื่องบิน ในกรณีที่ท่านมิได้ส่งหน้าหนังสือเดินทางให้กับทางบริษัทพร้อมการชำระเงินมัดจำ
- ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการการเดินทางตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ภูมิอากาศ และเวลา ณ วันที่เดินทางจริงของประเทศที่เดินทาง ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นสำคัญ
- ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่มิได้เกิดจากความผิดของทางบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล การนัดหยุดงาน การปฏิวัติ อุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย ความสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ ความล่าช้า เปลี่ยนแปลง หรือการบริการของสายการบิน เหตุสุดวิสัยอื่น เป็นต้น
- ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ท้ังสิ้น หากผู้เดินทางประสบเหตุสภาวะฉุกเฉินจากโรคประจำตัว ซึ่งไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุในรายการท่องเที่ยว ( ซึ่งท่านจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ )
- กรณี “สตรีตั้งครรภ์” ท่านจะต้องมีใบรับรองแพทย์ ระบุชัดเจนว่าสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้รวมถึงรายละเอียดอายุครรภ์ที่ชัดเจน สิ่งนี้อยู่เหนือการควบคุมของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น
- อัตราค่าบริการนี้คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ทางบริษัทเสนอราคา ดังนั้น ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าภาษีเชื้อเพลิง ค่าประกันภัยสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน ฯลฯ
- มัคคุเทศก์ พนักงาน หรือตัวแทนของทางบริษัท ไม่มีอำนาจในการให้คำสัญญาใดๆ แทนบริษัท เว้นแต่มีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทฯ กำกับเท่านั้น
- รายการทัวร์นี้ เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้รับการยืนยันที่นั่งจากสายการบิน และโรงแรม ที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
ข้อแนะนำก่อนการเดินทาง
- หนังสือเดินทางต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน และบริษัทฯ รับเฉพาะผู้มีจุดประสงค์เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น ( หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบหากอายุเหลือไม่ถึงและไม่สามารถเดินทางไ
- กรุณาแยกของเหลว เจล สเปรย์ ที่จะนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน ต้องมีขนาดบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 มิลลิลิตรต่อชิ้น และรวมกันทุกชิ้นไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตร โดยแยกใส่ถุงพลาสติกใสซึ่งมีซิปล็อคปิดสนิท และสามารถนำออกมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้อย่างสะดวก ณ จุดเอ็กซ์เรย์ อนุญาตให้ถือได้ท่านละ 1 ใบเท่านั้น ถ้าสิ่งของดังกล่าวมีขนาดบรรจุภัณฑ์มากกว่าที่กำหนดจะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
- สิ่งของที่มีลักษณะคล้ายกับอาวุธ เช่น กรรไกรตัดเล็บ มีดพก แหนบ อุปกรณ์กีฬาฯ จะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
| วันที่
1 ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา – อิสตันบูล |
| 23
04.30 น. |
สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
|
| 23
07.50 น. |
ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR829
|
| 23
11.40 น. |
เดินทางถึงประเทศกาตาร์ ให้ท่านแวะพักเปลี่ยนเครื่อง (ในเวลาเปลี่ยนเครื่องประมาณ 2 ชั่วโมง)
|
| 23
13.30 น. |
ออกเดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR241
|
| 23
18.25 น. |
เดินทางถึงท่าอากาศยานอิสตันบูล อาตาตู ประเทศตุรกี หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้า เมือง และด่านศุลกากรเรียบร้อยแล้ว
|
| 23
ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเดินทางสู่ที่พัก พักที่ : RAMADA ENCORE HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
|
|
| วันที่
2 อิสตันบูล – บูร์ซา – อิซเมียร์ |
| 23
เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำท่านเดินทางสู่ “เมืองบูร์ซา” (Bursa) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของตุรกีซึ่งห่างจากอิสตันบูล ประมาณ 235 มีพื้นที่ประมาณ 11,000 ตารางกิโลเมตร มีประชาการอาศัยอยู่ประมาณ 1.5 ล้านคน มีความ สำคัญและใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศและเมืองนี้ ยังมีชื่อเสียงทางด้านเส้นไหมเพื่อส่งออกไปยัง ตลาดต่างๆ ประมาณ 70% เพื่อนำไปทอเป็นพรมในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักร ออตโตมาน ตั้งแต่ปี ค.ศ.1326-1362 และ จากนั้นได้ย้ายเมืองหลวงไปตั้งที่เอดิร์เน ที่อยู่ทางด้านเหนือ ของกรุงคอนสแตนดิโนเปิล นำท่านชมความงามของ “มัสยิดเก่าแก่ของเมืองบูร์ซา” (Grand Mosque) ภายในจะพบกับผลงานอันละเอียดอ่อน และประณีตของงานกระเบื้องประดับที่มีสีสันลวดรายที่ละเอียด และซับซ้อนอย่างพิสดารทั้งลายรูปวงกลม รูปดาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาอิสลาม และรูปเรขาคณิต ชม “สุสานสีเขียว” (Green Tomb) หรือ Yesil Mosque สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา ที่มีความสวยงาม อีกแห่งหนึ่งของเมืองเบอร์ซา ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1491 - 1421 โดยสถาปนิกชื่อ HaciIvaz Pasa โดยใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบเบอร์ซา อาคารสุเหร่ามีความโดดเด่นด้วยการใช้กระเบื้องหินอ่อน สีฟ้าเขียวในการตกแต่งผนังและเพดานด้านในก็ถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสคสีฟ้าเขียวเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ภายในสุเหร่าแห่งนี้ ยังมีที่บรรจุศพของสุลต่านเมห์เมดที่ 1 และครอบครัว สถานที่แห่งนี้ จึงถือได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าของประเทศตุรกี จากนั้น นำท่านช้อปปิ้ง “ตลาดผ้าไหมตลาดเมืองบูร์ซา” (Bursa Silk Market) ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตก เฉียงใต้ของประเทศตุรกี โดยตลาดแห่งนี้ค้าขายผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมเป็นหลัก โดยเฉพาะผ้าคลุม ศีรษะลวดลายพื้นเมืองจะขายดีเป็นพิเศษ
|
| 23
เที่ยง |
บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| 23
บ่าย |
นำคณะออกเดินทางสู่ “เมืองอิซเมียร์” (Izmir) เมืองเก่าแก่ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นหุบเขารายล้อม เป็นมหานครในปลายสุดทางตะวันตกของอานาโตเลีย และเป็นเมืองอันดับที่สามมีประชากรมากที่สุด ในประเทศตุรกี
|
| 23
ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร พักที่ : RAMADA PLAZA HOTEL
|
|
| วันที่
3 อิซเมียร์ – บ้านพระแม่มารี – ชมเมืองโบราณเอฟฟิซุส – คูซาดาซี |
| 23
เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำคณะนำท่านชม “มัสยิดโคนัค” (Konak Mosque) มัสยิดรูปทรงวงกลมขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในเขตจัตุรัส โคนัค ถูกสร้างขึ้นในปี 1754 ในรูปแบบสถาปัตยกรรมออตโตมัน หลังคา ประตู หน้าต่าง ถูกล้อมรอบด้วย กระเบื้องเซรามิกและหินอย่างสวยงาม ผ่านชม “หอนาฬิกาอิซเมียร์” (Izmir Clock Tower ) หอนาฬิกา หินอ่อน ตั้งอยู่บริเวณใจกลางจัตุรัสโคนัค โดยหอนาฬิกานั้นมีความสูงประมาณ 25 เมตร (82 ฟุต) ถูกสร้างขึ้นในปี 1901 ในรูปแบบสถาปัตยกรรมออตโตมัน เพื่อเป็นอนุสรณ์ครบรอบ 25 ของ Abdulhamid II 's (ครองราชย์ 1876-1909) ปัจจุบันหอนาฬิกาแห่งนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของอิซเมียร์
|
| 23
เที่ยง |
บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| 23
บ่าย |
นำคณะท่านชม “เมืองโบราณเอเฟซุส” (Ephesus) หรือเอเฟส เมืองโบราณยุคกรีกโรมัน เป็นเมืองเก่า ยุคจักรวรรดิโรมันที่ถือว่าเจริญรุ่งเรืองด้วยศิลปะวิทยาการ มีระบบวางท่อน้ำ หอสมุด และอื่นๆรวมทั้ง โรงละครใหญ่ทรงโค้งแบบพิมพ์นิยมของกรีกโบราณ มีลานกว้างตรงกลาง แบ่งที่นั่งคนดูเป็น 3 ชั้น ตามระดับความสำคัญไล่ไปจนถึงคนธรรมดาสามัญ ใช้เป็นที่เป็นที่ประชุม จัดแสดงละครและการต่อสู้ สิงสาราสัตว์ของเหล่าทาส ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ “เมืองคูซาดาซี” (Kusadasi) เป็นท่าเรือ ธรรมชาติที่ใช้มาตั้งแต่ก่อนคริสตกาล หลังจากที่ตกเป็นอาณาจักรออตโตมัน มหาเสนาดีโอคุซ เมห์เหม็ด พาชา ผู้เป็นวิเซียร์แห่งสุลต่านอาห์เหม็ดที่ 1 และสุสต่านออสมันที่ 2 ได้สร้างสุเหร่าคาไลชิ และโรงอาบน้ำ ตลอดจนกำแพงเมืองที่พักสำหรับกองคาราวาน เพื่อให้คูซาดาซีเป็นเมืองท่าที่ เหมาะในการทำการค้าระหว่างยุโรปและแอฟริกาใต้ และ คูซาดาซีเพิ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เมื่อปี ค.ศ. 1980
|
| 23
ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร พักที่ : ROYAL PALACE HOTEL
|
|
| วันที่
4 คูซาดาซี – โรงงานเครื่องหนัง – Sirince Village – ปามุคคาเล่ – ปราสาทปุยฝ้าย |
| 23
เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำคณะท่านเดินเข้าสู่ “โรงงานเครื่องหนัง” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศตุรกี จากนั้นนำท่านเดินสู่ “Sirince Village”เป็นหมู่บ้านที่มีเสน่ห์ที่มีชื่อเสียงด้านไวน์ผลไม้ ให้ท่านได้ชื่นชมความงามของหมู่บ้าน และลิ้มรสไวน์ผลไม้ที่เป็นเอกลักษณ์
|
| 23
เที่ยง |
บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| 23
บ่าย |
นำคณะออกเดินทางสู่ “เมืองปามุคคาเล่” (Pamukkale) คำว่า “ปามุคคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” Pamuk หมายถึง ปุยฝ้าย และ Kale หมายถึง ปราสาท เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้น จากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูนผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำ ปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้วเป็นแอ่งเป็นชั้นลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศเกิดเป็นประติมากรรม ธรรมชาติอันสวยงามแปลกตาและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน จนทำให้ปามุคคาเล่ ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปีค.ศ. 1988 นำคณะท่านชม “ปราสาทปุยฝ้าย” (Cotton Castle) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน นำท่านชมหน้าผาที่ขาว กว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจาก หิมะ เมฆหรือปุยฝ้าย น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่าง ๆ อย่างมหัศจรรย์ น้ำแร่นี้ มีอุณหภูมิประมาณ 33-35 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามี คุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้
|
| 23
ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร พักที่ : TRIPOLIS HOTEL ที่พักระดับใกล้เคียง
|
|
| วันที่
5 ปามุคคาเล่ – คอนย่า – คาราวานสไลน์ – คัปปาโดเกีย |
| 23
เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำคณะออกเดินทางสู่ “เมืองคอนย่า” (Konya) เป็นเมืองที่นิยมใช้เป็นจุดพักของการเดินทางในอดีต เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุกเติร์ก ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งแรกของชาวเติร์กในตุรกีหรือที่ ยุคนั้นเรียก อนาโตเลีย เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ นำท่านชม “พิพิธภัณฑ์เมฟลานา” (Mevlana Museum) อาคารหลังใหญ่ที่มีโดมสีเขียวทรงแปลกตาหลังนี้แม้จะเป็นพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบัน แต่ในอดีตแล้วที่นี่คือ สถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอิสลามที่สร้างโดย “เมฟลานา เจลาลุดดีน รูมี” ( Mevlana Celaleddin Rumi ) และบรรดานักบวชในศาสนาจะใช้เป็นที่สวดมนต์ทำสมาธิด้วยวิธีการ อดอาหารเพื่อทรมานตัวเองแล้วไปเดินหมุนวนเป็นวงกลมพร้อมกับการทำจิตให้สงบด้วยการฟังเสียง ขลุ่ยเรียกวิธีนี้ว่า “Whirling Dervishes” ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์จะมีสวนสวยริมทางเดินที่ปูด้วยแผ่นหิน ส่วนพิพิธภัณฑ์นั้นก็ยังตกแต่งอย่างสวยงาม แต่ก็เป็นไปในรูปแบบของมุสลิมด้านหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ แห่งนี้จะเป็นสุสานของเมฟลานา เจลาลุดดีน รูมี ผู้สร้าง ตลอดจนคนในครอบครัวและกลุ่มลูกศิษย์ ผู้ติดตามรับใช้ใกล้ชิดท่านด้วย อีกทั้งในวันที่ 17 ธันวาคมของทุกปีจะมีการเฉลิมฉลองวันครบรอบ การจากไปของเมฟลานาเมื่อปี ค.ศ. 1271
|
| 23
เที่ยง |
บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| 23
บ่าย |
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองคัปปาโดเกีย” (Cappadocia) เมืองที่มีลักษณะภูมิประเทศสวยงามมาก ซึ่งองค์การยูเนสโก้ได้ประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลก ระหว่างทางแวะถ่ายภาพ “Sultan Han Caravanserai” คาราวานสไลน์ ที่พักกองคาราวานในอดีตของสุลต่านฮานี ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสุลต่าน ฮานี สร้างโดยสุลต่านอาเลดดิน เคย์โคบาท ราวศตวรรษที่ 13 ประตูทำด้วยหินอ่อนสกัดลวดลาย โบราณ ตรงกลางเป็นสุเหร่า ส่วนบริเวณอื่นจัดเป็นครัว ห้องน้ำ และห้องนอน
|
| 23
ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร พักที่ : AVRASYA HOTEL ที่พักระดับใกล้เคียง
|
|
| วันที่
6 คัปปาโดเกีย – พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ – อุชิซาร์ |
| 23
05.00 น. |
สำหรับท่านที่สนใจ ขึ้นบอลลูน เพื่อชมความงามของพระอาทิตย์ขึ้น ท่านสามารถเลือกซื้อ Optional Hot Air Balloon Tour ได้ สนนราคาประมาณ 210 USD ต่อท่าน สำหรับประกันภัยที่ทำจากเมืองไทย ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และ เครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นการเลือกซื้อ Optional tour ขึ้นกับ ดุลยพินิจของท่าน)
|
| 23
เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำท่านชม “พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่” (Goreme Open Air Museum) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนา คริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวน มากเพื่อสร้างโบสถ์และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ นำคณะท่านชม “เมืองคัปปาโดเกีย” (Cappadocia) ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แปรสภาพเป็น หุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหิน และเสารูปทรงต่าง ๆ ที่งดงาม คัปปาโดเกีย เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า ดินแดนม้าพันธุ์ดีตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกีเป็น พื้นที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และ ภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปี ที่แล้ว เถ้าลาวา ที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายทั่วบริเวณจนทับถมเป็ นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา จากนั้นกระแส น้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ กัดเซาะกร่อนหิน แผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อย ๆ นับแสน นับล้านปีจนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูป แท่ง กรวย ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้ นที่เรียก ขานกันว่า ปล่องไฟนางฟ้า ในปีค.ศ. 1985 ยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็น มรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี ชม “นครใต้ดิน” (Underground City) เมืองใต้ดินของตุรกีมีอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมีอุโมงค์เชื่อมต่อถึงกัน เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือ ศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมันที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ เมืองใต้ดิน ที่มีขนาดใหญ่ แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้อง ๆ มีทั้งห้องครัว ห้องหมักไวน์ มีโบสถ์ ห้องโถงสำหรับใช้ประชุม มีบ่อน้ำและระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศ ค่อนข้างบางเบาเพราะอยู่ลึกและทางเดินบางช่วงค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้
|
| 23
เที่ยง |
บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| 23
บ่าย |
จากนั้นนำท่านสู่ “อุชิซาร์” (Uchisar) หนึ่งในความมหัศจรรย์ของคัปปาโดเกีย หุบเขาอุซิซาร์ หุบเขา คล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาดังกล่าวมีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิด จากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อาศัย อุซิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณ โดยรอบ ในอดีตอุซิซาร์ มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่อง ข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย จากนั้นนำท่านแวะ “ชมโรงงานทอพรม” และ “โรงงานเซรามิค” สินค้าคุณภาพดี และขึ้นชื่อของประเทศตุรกี ให้เวลาท่านเลือกซื้อตามอัธยาศัยอิสระกับการเลือกซื้อสินค้า และของที่ระลึก
|
| 23
ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร พักที่ : AVRASYA HOTEL ที่พักระดับใกล้เคียง
|
|
| วันที่
7 คัปปาโดเกีย – อังการา – ทะเลสาบเกลือ – สุสานอตาเติร์ก – อิสตันบูล |
| 23
เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำคณะท่านเดินทางสู่ “กรุงอังการา” (Ankara) เมืองหลวง ของประเทศตุรกี เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ สองรองจากอิสตันบูล ตั้งอยู่กึ่งกลางของประเทศและพัฒนาเติบโตขึ้นมา โดยได้รับอิทธิพลจากทั้งฝั่ง ยุโรปและตะวันออกกลาง จึงทำให้เป็นอีกเมืองที่มีความผสมผสานที่เเสนจะลงตัวเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้ง วัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การมาสัมผัส ระหว่างทางให้ท่านได้เก็บภาพ “ทะเลสาบเกลือ” (Salt Lake) นำทุกท่านเดินทางสู่ “สุสานอตาเติร์ก” (Ataturk Mausoleum) เป็นอนุสรณ์สถานและสุสานของ MUSTAFA KEMAL ATATURK ซึ่งเป็นผู้นำในสงครามกู้ อิสรภาพของตุรกีหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี และประธานาธิบดีคนแรกเป็นสุสานของ ISMET INONU ประธานาธิบดี คนที่ 2 ของตุรกีด้วย อนุสรณ์สถานออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1944 - 1953 ในธนบัตรตุรกีที่พิมพ์ระหว่างปี 1966 - 1987 และ 1999 - 2009 จะเป็นรูปของ ANITKABIR ด้วย
|
| 23
เทียง |
บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| 23
บ่าย |
ได้เวลาอันสมควร นำคณะท่านเดินทางสู่ “เมืองอิสตันบูล” (Istanbul) เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ ยาวนานหลายศตวรรษตั้งแต่ก่อนคริสตกาล อิสตันบูล ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้ อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป และทวีปเอเชีย สถาปัตยกรรมอันงดงามผสมผสานทั้ง 2 ทวีป ทำให้อิสตันบูลมีเอกลักษณ์เฉพาะที่พิเศษ
|
| 23
ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร พักที่ : RAMADA ENCORE HOTEL ที่พักระดับใกล้เคียง
|
|
| วันที่
8 อิสตันบูล – สนามแข่งม้าโบราณ – สุเหราเซนต์โซเฟีย – พระราชวังทอปคาปี สุเหร่าสีน้ำเงิน |
| 23
เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นําคณะท่านชม “ฮิปโปโดรม” (Hippodrome) หรือสนามแข่งม้าโบราณ ซึ่งมีเสาโอเบลิสค์ซึ่งเหลือแค่ ส่วนปลายที่ยาว 20 เมตร มีงานแกะสลักอันมีความหมายและมีค่ายิ่ง นำท่านเข้าชม “พระราชวังทอปคาปี” (Topkapi Palace) ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าซึ่งถือเป็นเขตประวัติศาสตร์ที่ได้รับ การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จากยูเนสโกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 พระราชวัง Topkapi สร้างขึ้นโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 ในปี ค.ศ.1459 บนพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 4 ลานกว้าง และมีอาคารขนาดเล็กอีกจำนวนมาก ณ จุดที่สร้างพระราชวังแห่งนี้ สามารถมองเห็นช่องแคบบอสฟอรัส โกลเดนฮอร์นและทะเลมาร์มาร่าได้อย่างชัดเจน ในช่วงที่เจริญ สูงสุดของอาณาจักรออตโตมัน พระราชวังแห่งนี้มีราชวงศ์และข้าราชบริพารอาศัยอยู่รวมกันมากถึง สี่พันกว่าคน นำท่านเข้าชมส่วนของท้องพระโรงที่เป็นที่จัดแสดงทรัพย์สมบัติ ข้าวของเครื่องใช้ ส่วนพระองค์เครื่องเงินต่างๆ มากมาย ชม “สุเหร่าเซนต์โซเฟีย” (Saint Sophia) หรือ โบสถ์ฮาเจีย โซเฟีย 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ในอดีตเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ ปัจจุบันเป็นที่ประชุม สวดมนต์ของชาวมุสลิม
|
| 23
เทีี่ยง |
บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| 23
บ่าย |
นำชม “สุเหร่าสีน้ำเงิน” (Blue Mosque) หรือชื่อเดิม คือ สุเหร่าสุลต่านห์อาร์เหม็ดที่ 1 (Sultan Ahmed Mosque) **การเข้าชมสุเหร่าทุกแห่งจะต้องถอดรองเท้า ถอดหมวก ถอดแว่นตาดำ เป็นการเคารพสถานที่ ถ่ายรูปได้ ห้ามส่งเสียงดัง และกรุณาทำกิริยาให้สำรวม** สุเหร่านี้สร้างในปี 2152 เสร็จปี 2159 (1 ปีก่อน สุลต่านอาห์เหม็ดสิ้นพระชนม์ด้วยอายุเพียง 27 พรรษา) มีหอเรียกสวด อยู่ 6 หอ เป็นหอคอยสูงให้ผู้นำ ศาสนาขึ้นไปตะโกนร้องเรียกจากยอด เพื่อให้ผู้คนเข้ามาสวดมนต์ตามเวลาในสุเหร่า ชื่อสุเหร่าสีน้ำเงิน ภายในประดับด้วยกระเบื้องสีฟ้าจากอิซนิค ลวดลายเป็นดอกไม้ต่างๆ เช่น กุหลาบ ทิวลิป คาร์เนชั่น เป็นต้น ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ภายในมีที่ให้สุลต่านและนางในฮาเร็มทำละหมาดและสวดมนต์โดยเฉพาะ มีหน้าต่าง 260 บาน สนามด้านหน้าและด้านนอกจะเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์และพระราชวงศ์และจะมี สิ่งก่อสร้างที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั่วไป เช่น ห้องสมุด โรงพยาบาล โรงอาบน้ำ ที่พักกอง คาราวาน โรงครัวสาธารณะคุลีเรีย (Kulliye) จากนั้น ให้ท่านชมความงดงามโดยการ “ล่องเรือชมช่องแคบ บอสฟอรัส” (Bosphorus Cruise) ถือเป็นหนึ่งในช่องแคบเลื่องชื่ออันดับต้นๆของโลก เป็นพรมแดนธรรมชาติ ที่แบ่งอิสตันบูลออกจากยุโรปและเอเชีย ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมต่อกับทะเลดำ (The Black Sea) เข้ากับ ทะเลมาร์มาร่า (Sea Of Marmara) ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 32 ก.ม. ความกว้างตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 ก.ม. ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่ หลังจากล่องเรือ นำท่านเดินทางสู่ “แกรนด์บาซาร์” (Grand Bazaar) ตลาดช้อปปิ้งที่ใหญ่และโด่งดังที่สุด ในตุรกีเป็นตลาดสไตล์เตอร์กิชแท้ ๆ ภายในตลาดตกแต่งไว้อย่างสวยงามและเป็นตลาดเก่าแก่เปิดมา นานกว่า 1,500 ปี ซึ่งสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1453 มีเนื้อที่ทั้งหมดเกือบ ๆ 200 ไร่ มีร้านค้าขายของต่าง ๆ มากถึง 5,000 ร้านค้า ที่ตลาดแกรนด์บาซ่าร์มีสินค้าให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นของกินเล่นขนมของ ตุรกีที่หาซื้อจากที่ไหนไม่ได้ ของที่ระลึกที่แนะนำก็จะเป็น ลูกปัดตาปีศาจ เครื่องราง ชา ผลไม้อบแห้ง ถั่วหลากชนิดเช่น ถั่วแมคคาดาเมีย พิตาชิโอ หรือจะเป็นขนมหวาน เตอร์กิสดีไลต์ เครื่องเทศ เซรามิก จาน ชาม แจกัน เครื่องดนตรีพื้นเมือง โคมไฟ พวงกุญแจหรือกระเบื้องเพนท์ติดผนัง และของที่ระลึกอื่น ๆ
|
| 23
ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร พักที่ : RAMADA ENCORE HOTEL ที่พักระดับใกล้เคียง
|
|
| วันที่
9 สนามบิน – โดฮา |
| 23
เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก สมควรแก่เวลา นำคณะท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา
|
| 23
13.35 น. |
เหิรฟ้ากลับสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR240
|
| 23
17.45 น. |
เดินทางถึงประเทศกาตาร์ ให้ท่านแวะพักเปลี่ยนเครื่อง
|
| 23
20.05 น. |
เหิรฟ้าสู่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR828
|
|
| วันที่
10 ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา |
| 23
06.30 น. |
เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
|
|
upload/outbound/288/thumb/ -
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
John Doe 27-Jan-2017
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Duis elementum, dolor sit amet.
John Doe 27-Jan-2017
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Duis elementum, dolor sit amet.
John Doe 27-Jan-2017
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Duis elementum, dolor sit amet.