image1

 

 

   เมียนมาร์

   6 วัน 5 คืน

   Air Asia (FD)

   สนามบินดอนเมือง

   17 มื้อ

   4 ดาว

ราคาเริ่มต้น

฿31


ไฮไลท์ทัวร์

wink ร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ล้างพระพักตร์ พระมหามัยมุณี สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด 1 ใน 5 มหาบูชาสถาน
wink ชมสะพานไม้อูเบ็ง สพะานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก ชม พระราชวังไม้สักชเวนานจอง
wink ชมความงดงาม พระราชวังมัณฑะเลย์ ชม เจดีย์ชเวสิกอง เมืองพุกาม
wink ชมวิวที่สวยงาม เขามัณฑะเลย์ฮิลล์
wink ล่องทะเลสาบอินเล สัมผัสวิถีชีวิตของชาวอินตา สักการะพระบัวเข็ม
wink ชมโชว์หุ่นเชิด พุกาม

heart เมนูพิเศษ!! สุกี้ชาบูชิบุฟเฟ่ต์โออิชิ+กุ้งแม่น้ำเผา อิ่มอร่อยอย่างจุใจ
heart แถมฟรี!! ชุดเสริมบารมี (เสื้อยืดมิงกาลาบา+ผ้าเช็ดพระพักตร์+สมุดสวดมนต์+น้ำดื่ม+ผ้าเย็นไม่จำกัด)



ราคานี้รวม

ราคานี้ไม่รวม


เงื่อนไขการบริการ

เงื่อนไขการชำระค่าบริการเดินทางท่องเที่ยว
  1. ท่านสมาชิกจะต้องชำระเงินมัดจำเป็นเงินจำนวน 10,000 - 30,000 บาท / ท่าน เพื่อสำรองที่นั่ง ตามระยะเวลาที่บริษัทฯ ได้กำหนดในใบเรียกเก็บเงินงวดที่ 1 ( Invoice ) ( จำนวนยอดชำระมัดจำเป็นไปตามรายละเอียดเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในแต่ละท้ายโปรแกรม )
  2. ท่านสมาชิกต้องชำระค่าบริการส่วนที่เหลือทั้งหมด ก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 21 วัน กรณีที่ท่านไม่ได้ชำระเงิน หรือชำระเงินไม่ครบภายในกำหนดในใบเรียกเก็บเงินงวดที่ 2 ( Invoice ) รวมถึงกรณีเช็คของท่านถูกปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ว่ากรณีใดๆ จะถือว่าท่านสละสิทธิการเดินทาง
  3. กรณีจองทัวร์ก่อนวันเดินทางน้อยกว่า 7-20 วัน ท่านจะต้องชำระเต็มจำนวน 100 %
  4. การติดต่อกับทางบริษัทฯ สามารถติดต่อได้ในเวลาทำการ คือ วันจันทร์ - วันเสาร์ เวลา 9.00 น. – 18.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าว และวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆ ถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัทฯ

เงื่อนไขการยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยว
  1. กรณีที่ท่านสมาชิกต้องการขอยกเลิกการเดินทาง หรือเลื่อนการเดินทาง ( ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง ) ทางบริษัทฯ จะมีเอกสารในการยืนยันการยกเลิกให้ท่านเซ็นต์ตอบกลับ ผ่านทาง E-Mail เพื่อเป็นการแจ้งยกเลิกการจองเป็นลายลักษณ์อักษร ทางบริษัทฯ ไม่รับยกเลิกการจองผ่านทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใดๆ
  2. กรณีท่านสมาชิกต้องการขอรับเงินค่าบริการคืน ทางบริษัทฯ จะมีเอกสารในการยืนยันขอรับเงินค่าบริการคืนให้ท่านเซ็นต์ตอบกลับ ผ่านทาง E-Mail โดยแนบหนังสือมอบอำนาจ พร้อมหลักฐานประกอบการมอบอำนาจ หลักฐานการชำระเงินค่าบริการต่างๆ และหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการให้นำเงินเข้าให้ครบถ้วน โดยมีเงื่อนไขการคืนเงินค่าบริการ ดังนี้
    1. ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 30 วันขึ้นไป คืนเงินค่าบริการ 100% ของค่าบริการที่ชำระแล้ว
      ** ในกรณีที่วันเดินทางตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ ต้องยกเลิกการเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน **
    2. ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15 - 29 วัน เก็บค่ามัดจำทั้งหมด และเก็บค่าบริการ 50% จากราคาทัวร์ทั้งหมด
    3. ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 0 - 14 วัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บเงินค่าบริการทั้งหมด ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  3. การเดินทางแบบตัดกรุ๊ป ที่ต้องการันตีมัดจำ หรือ ซื้อขาดแบบมีเงื่อนไข หรือ เที่ยวบินเหมาลำ Charter Flight หรือ Extra Flight กับสายการบิน หรือ ผ่านตัวแทนในประเทศ-ต่างประเทศ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำ หรือ ค่าบริการทั้งหมด ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
  4. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ใน การยกเลิกการเดินทาง กรณีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไม่ถึง 15 คน
  5. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ใน การเก็บค่าบริการทั้งหมด กรณีท่านยกเลิกการเดินทาง และมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯ กำหนดไว้ ( 15 ท่านขึ้นไป ) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทฯ และผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกัน และทางบริษัทฯ ต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน
  6. กรณีเจ็บป่วย ดังนี้
    1. กรณีเจ็บป่วยจนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯ จะทำการเลื่อน การเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไป แต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถ ยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางได้ตามความเป็นจริง
    2. ในกรณีเจ็บป่วยกะทันหันก่อนเดินทางล่วงหน้า 7 วันทำการ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ิในการคืนเงินทุกกรณี
  7. กรณีเลื่อนการเดินทาง ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนการเดินทาง

เงื่อนไขและข้อกำหนดอื่นๆ ในการเดินทางท่องเที่ยว
  1. ทัวร์นี้สำหรับผู้มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น
  2. ทัวร์นี้เป็นทัวร์แบบเหมาจอย หากท่านไม่ได้ร่วมเดินทางหรือใช้บริการตามที่ระบุไว้ในรายการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด หรือถูกปฏิเสธการเข้า - ออกเมืองด้วยเหตุผลใดๆ ทางบริษัทฯ จะไม่คืนเงินค่าบริการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ท่าน
  3. ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านใช้บริการของทางบริษัทฯ ไม่ครบ อาทิ ไม่เที่ยวบางรายการ , ไม่ทานอาหารบางมื้อ เนื่องจากค่าใช้จ่ายทุกอย่างทางบริษัทฯ ได้ชำระค่าใช้จ่ายให้ตัวแทนต่างประเทศแบบเหมาจ่ายขาด ก่อนเดินทางเรียบร้อยแล้ว
  4. ตั๋วเครื่องบินเป็นตั๋วราคาพิเศษ กรณีที่ท่านไม่เดินทางพร้อมคณะ ไม่สามารถนำมาเลื่อนวันหรือคืนเงิน และไม่สามารถเปลี่ยนชื่อได้ รวมถึงหากมีการปรับราคาบัตรโดยสารสูงขึ้นตามอัตราค่าน้ำมันหรือค่าเงินแลกเปลี่ยน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ปรับราคาตั๋วดังกล่าว
  5. ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้กับท่านทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่ไม่มีวีซ่า และอย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่มีวีซ่า ทั้งนี้ หากทางนักท่องเที่ยวทุกท่านยินดีที่จะชำระค่าบริการเพิ่มจากการที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่าที่ทางบริษัทฯ กำหนดเพื่อให้คณะเดินทางได้ ทางบริษัทฯ ยินดีที่จะให้บริการต่อไป
  6. ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายจากความผิดพลาดในการสะกดชื่อ นามสกุล คำนำหน้าชื่อ เลขที่หนังสือเดินทาง และอื่นๆ เพื่อใช้ในการจองตั๋วเครื่องบิน ในกรณีที่ท่านมิได้ส่งหน้าหนังสือเดินทางให้กับทางบริษัทพร้อมการชำระเงินมัดจำ
  7. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการการเดินทางตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ภูมิอากาศ และเวลา ณ วันที่เดินทางจริงของประเทศที่เดินทาง ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นสำคัญ
  8. ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่มิได้เกิดจากความผิดของทางบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล การนัดหยุดงาน การปฏิวัติ อุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย ความสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ ความล่าช้า เปลี่ยนแปลง หรือการบริการของสายการบิน เหตุสุดวิสัยอื่น เป็นต้น
  9. ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ท้ังสิ้น หากผู้เดินทางประสบเหตุสภาวะฉุกเฉินจากโรคประจำตัว ซึ่งไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุในรายการท่องเที่ยว ( ซึ่งท่านจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ )
  10. กรณี “สตรีตั้งครรภ์” ท่านจะต้องมีใบรับรองแพทย์ ระบุชัดเจนว่าสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้รวมถึงรายละเอียดอายุครรภ์ที่ชัดเจน สิ่งนี้อยู่เหนือการควบคุมของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น
  11. อัตราค่าบริการนี้คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ทางบริษัทเสนอราคา ดังนั้น ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าภาษีเชื้อเพลิง ค่าประกันภัยสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน ฯลฯ
  12. มัคคุเทศก์ พนักงาน หรือตัวแทนของทางบริษัท ไม่มีอำนาจในการให้คำสัญญาใดๆ แทนบริษัท เว้นแต่มีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทฯ กำกับเท่านั้น
  13. รายการทัวร์นี้ เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้รับการยืนยันที่นั่งจากสายการบิน และโรงแรม ที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

ข้อแนะนำก่อนการเดินทาง
  1. หนังสือเดินทางต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน และบริษัทฯ รับเฉพาะผู้มีจุดประสงค์เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น ( หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบหากอายุเหลือไม่ถึงและไม่สามารถเดินทางไ
  2. กรุณาแยกของเหลว เจล สเปรย์ ที่จะนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน ต้องมีขนาดบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 มิลลิลิตรต่อชิ้น และรวมกันทุกชิ้นไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตร โดยแยกใส่ถุงพลาสติกใสซึ่งมีซิปล็อคปิดสนิท และสามารถนำออกมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้อย่างสะดวก ณ จุดเอ็กซ์เรย์ อนุญาตให้ถือได้ท่านละ 1 ใบเท่านั้น ถ้าสิ่งของดังกล่าวมีขนาดบรรจุภัณฑ์มากกว่าที่กำหนดจะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
  3. สิ่งของที่มีลักษณะคล้ายกับอาวุธ เช่น กรรไกรตัดเล็บ มีดพก แหนบ อุปกรณ์กีฬาฯ จะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น

วันที่ 1 กรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง-หงสาวดี-พระธาตุมุเตา-พระธาตุอินทร์แขวน (-/ กลางวัน/เย็น)
23 09.30 น.

พร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคาร 1 ประตู 2 เคาน์เตอร์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย
Thai Air Asia (FD) โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน

23 11.35 น.

ออกเดินทางสู่กรุงย่างกุ้งโดยเที่ยวบิน FD 255 ** บริการอาหารร้อนและเครื่องดื่มบนเครื่อง **

หมายเหตุ ในกรณีต้องการล็อกที่นั่งไปกลับค่าใช้จ่ายในการล็อกที่นั่งไปกลับ 200 บาท/ท่าน (ตั๋วเครื่องบินของคณะเป็นตั๋วกรุ๊ปแบบ Random ไม่สามารถล็อกที่นั่งได้ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขสายการบิน ในกรณีล็อกที่นั่ง กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ ณ วันทำการจองทัวร์ค่ะ

23 12.20 น.

เดินทางถึง สนามบินมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
(เวลาท้องถิ่นที่เมียนม่าร์ ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง) จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี
หรือ เมืองพะโค (Bago) ซึ่งในอดีตเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองมอญโบราณที่ยิ่งใหญ่ และ อายุมากกว่า 400 ปี อยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้ง (ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.45 ชม.

23 จากนั้น

นำท่านเข้าชมพระธาตุที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหงสาวดี เป็นเจดีย์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองและเป็น 1 ใน 5 มหา บูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า เจดีย์ชเวมอดอร์ หรือ พระธาตุมุเตา (Shwe Mordore) ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า นำท่านนมัสการ ยอดเจดีย์หักซึ่งชาวมอญและชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นจุดที่ศักดิ์สิทธิ์มาก ซึ่งเจดีย์นี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ของไทย เคยมาสักการะ เจดีย์องค์นี้เป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างศิลปะพม่าและศิลปะของมอญได้อย่างกลมกลืน พระเจดีย์สูง 377 ฟุต สูงกว่า พระเจดีย์ชเวดากอง 51 ฟุต มีจุดอธิษฐานที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ตรงบริเวณยอดฉัตร ที่ตกลงมาเมื่อปี พ.ศ. 2473 ด้วยน้ำหนักที่มหาศาล ตกลงมายังพื้นล่างแต่ยอดฉัตร กลับยงคงสภาพเดิมและไม่แตกกระจายออกไป
เป็นที่ร่ำลือถึงความศักดิ์-สิทธ์โดยแท้ และสถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่
พระเจ้าหงสาลิ้นดำ ใช้เป็นที่เจาะพระกรรณ (หู) ตามพระราชประเพณีโบราณ
เพื่อทดสอบความกล้าหาญก่อนขึ้นครองราชย์ ท่านจะได้นมัสการ ณ
จุดอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์ และสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมาเพื่อเป็น
สิริมงคล ซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป

23 จากนั้น

นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองไจ้โท แห่งรัฐมอญระหว่างทางท่านจะได้พบกับสะพานเหล็กที่ข้ามผ่านชมแม่น้ำสะโตง สถานที่สำคัญ
ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งในอดีตขณะที่ 2 สมเด็จพระนเรศวรกำลังรวบรวมคนไทยกลับอโยธยา ได้ถูกทหารพม่าไล่ตามซึ่งนำทัพโดย สุรกรรมาเป็นกองหน้าพระมหาอุปราชาเป็นกองหลวง ยกติดตามกองทัพไทยมา กองหน้าของพม่าตามมาทันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง ในขณะ ที่ฝ่ายไทยได้ข้ามแม่น้ำไปแล้ว พระองค์ได้คอยป้องกันมิให้ข้าศึกข้ามตามมาได้ ได้มีการปะทะกันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนคาบชุดยาวเก้าคืบยิงถูกสุรกรรมา แม่ทัพหน้าพม่าเสียชีวิตบนคอช้าง กองทัพของพม่าเห็นขวัญเสีย จึงถอยทัพ กลับกรุงหงสาวดี พระแสงปืนที่ใช้ยิงสุรกรรมาตายบนคอช้างนี้ได้นามปรากฏต่อมาว่า "พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง"นับเป็นพระแสง อัษฎาวุธ อันเป็นเครื่องราชูปโภค ยังปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระธาตุอินทร์แขวน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ก็จะถึง คิ้มปูนแค้มป์ เพื่อทำการเปลี่ยนเป็นรถท้องถิ่น เป็นรถบรรทุกหกล้อ (เป็นรถประจำเส้นทางชนิดเดียวที่เราจะสามารถขึ้นพระธาตุอินทร์แขวนได้) ใช้เวลาเดินทางสักพัก เพื่อเดินทางสู่ยอดเขา
นำท่านเข้าสู่พักที่ KYAITHOO,MOUTAIN TOP,YOYOLAE HOTEL เชิญทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย หลังจากนั้น นำชม เจดีย์ไจ้ทีโยหรือ พระธาตุอินทร์แขวน Kyaikhtiyo Pagoda (Golden Rock) แปลว่า ก้อนหินทอง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร ลักษณะเป็นเจดีย์องค์เล็กๆ สูงเพียง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนก้อนหินกลมๆ ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอย่างหมิ่นเหม่ แต่ชาวพม่ามักยืนกรานว่าไม่มีทางตก เพราะพระเกศาธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุอยู่ภายในพระเจดีย์องค์ย่อม ทำให้หินก้อนนี้ทรงตัวอยู่ได้อย่างสมดุลเรื่อยไป ตามคติการบูชาพระธาตุประจำปีเกิดของชาวล้านนาพระธาตุอินทร์แขวนนี้ให้ถือเป็น พระธาตุปีเกิดของปีจอ แทนพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ โดยเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้มานมัสการพระธาตุอินทร์แขวนนี้ครบ3 ครั้ง ผู้นั้นจะมีแต่ความสุขความเจริญ พร้อมทั้งขอสิ่งใดก็จะได้สมดั่งปรารถนาทุกประการ ท่านสามารถเตรียมแผ่นทองคำไปเพื่อปิดทององค์พระธาตุอินทร์แขวน (เข้าไปปิดทองได้เฉพาะสุภาพบุรุษ ส่วนสุภาพสตรีสามรถอธิฐาน และฝากสุภาพบุรุษเข้าไปปิดแทนได้)

23 ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารในโรงแรม จากนั้นท่านสามารถขึ้นไปนมัสการหรือนั่งสมาธิที่พระเจดีย์ได้ตลอดทั้งคืน แต่
ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับสุภาพบุรุษ จะเปิดถึงเวลา 22.00 น. ควรเตรียมเสื้อกันหนาว หรือกันลมหรือผ้าห่ม ผ้าพันคอ เบาะรองนั่งเนื่องจากบริเวณพื้นที่นั้นมีความเย็นมาก

หมายเหตุ : ยกเว้นโรงแรมที่พัก Golden Rock Hotel จะขึ้นอินแขวนได้แค่ครั้งเดียวค่ะ

วันที่ 2 พระธาตุอินทร์แขวน-หงสาวดี-พระนอนชเวตาเลียว-พระราชวังบุเรงนอง-ย่างกุ้ง-เจดีย์โบตาทาวน์-เจดีย์ชเวดากอง (เช้า/กลางวัน/เย็น)
23 05.00 น.

อรุณสวัสดิ์ยามเช้า อิสระตามอัธยาศัย สำหรับผู้ที่ต้องการใส่บาตรพระธาตุอินแขวน กิจกรรมนี้ไม่ได้บังคับนะคะ สำหรับอาหารที่จะใส่บาตรสามารถซื้อได้โดยจะมีร้านค้าจำหน่าย ราคาอาหารประมาณ 3,000 จ๊าต ดอกไม้ธูปเทียน ประมาณ 300–500 จ๊าต ทำบุญตามอัธยาศัย

23 06.30 น.

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

23 07.30 น.

นำท่านอำลาที่พัก ออกเดินทางกลับ เปลี่ยนนั่งรถหกล้อ ถึงคิมปุนแค้มป์ เปลี่ยนเป็นรถโค้ชปรับอากาศ พร้อมนำท่านเดินทางสู่กรุงหงสาวดี นมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shew Thalyang Buddha) กราบนมัสการพระพุทธรูปนอนที่ที่มีพุทธลักษณะที่สวยงามในแบบของมอญ ในปี พ.ศ.2524 ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่าทั่วประเทศและเป็นพระนอนที่งดงามที่สุดของพม่า องค์พระยาว 55 เมตร สูง 16 เมตร ถึงแม้จะไม่ใหญ่เท่าพระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจีที่ย่างกุ้ง แต่ก็งามกว่าโดยพระบาทจะวางเหลื่อมพระบาท ซึ่งจะเป็นลักษณะที่ไม่เหมือนกับพระนอนของไทย

23 จากนั้น

นำชม เจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaik Pun Buddha) สร้างในปี 1476 มีพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ สูง 30 เมตร ประกอบด้วย องค์สมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า (ผินพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระพุทธเจ้าในอดีต สามพระองค์คือ พระพุทธเจ้ามหากัสสปะ (ทิศตะวันตก) เล่ากันว่าสร้างขึ้นโดยสตรีสี่พี่น้องที่มีพุทธศรัทธาสูงส่งและต่างให้สัตย์สาบานว่าจะรักษาพรหมจรรย์ไว้ชั่วชีวิต ต่อมา 1 ใน 4 สาวหนีไปแต่งงาน ร่ำลือกันว่าทำให้พระพุทธรูปองค์นั้นเกิดรอยร้าวขึ้นทันที

23 เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร **เมนูพิเศษ กุ้งแม่น้ำเผาตัวใหญ่ท่านละ 1 ตัว **

23 บ่าย

นำท่านชม พระราชวังบุเรงนอง และ บัลลังก์ผึ้ง (Kanbawza Thardi Palace) ซึ่งเพิ่ง
เริ่มขุดค้นและบูรณปฏิสังขรณ์เมื่อปี พ.ศ.2533 จากซากปรักหักพังที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้
สันนิษฐานได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้เป็นที่ประทับของ พระเจ้าบุเรงนอง ท่านผู้ที่ได้รับคำสรร
เสริญว่าเป็น ผู้ชนะสิบทิศ และเป็นที่ประทับของ พระนางสุพรรณกัลยา และ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ครั้งต้องตกเป็นเชลยศึก เมื่อต้องเสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่า แต่ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ได้เหลือเพียงแต่ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ และถูกสร้างจำลองพระราชวังและตำหนักต่างๆ ขึ้นมาใหม่โดยอ้างอิงจากพงศาวดาร จากนั้น นำท่านเดินทางกลับสู่กรุงย่างกุ้ง นำท่านชม เจดีย์โบตาทาวน์ สร้างโดยทหารพันนายเพื่อบรรจุพระบรมธาตุที่พระสงฆ์อินเดีย 8 รูป ได้นำมาเมื่อ 2,000 ปีก่อน ในปี 2486 เจดีย์แห่งนี้ถูกระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ากลางองค์จึงพบโกศทองคำบรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมธาตุอีก 2 องค์ และพบพระพุทธรูปทอง เงิน สำริด 700 องค์ และจารึกดินเผาภาษาบาลี และตัวหนังสือพราหมณ์อินเดียทางใต้ ต้นแบบภาษาพม่า ภายในเจดีย์ที่ประดับด้วยกระเบื้องสีสันงดงาม และมีมุมสำหรับฝึกสมาธิหลายจุดในองค์พระเจดีย์ จากนั้นนำท่านขอพร นัตโบโบยี หรือ พระเทพทันใจ เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่าและชาวไทย วิธีการสักการะรูปปั้นเทพทันใจ (นัตโบโบยี) เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปราถนาก็ ให้เอาดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย หรือผลไม้อื่นๆมาสักการะ นัตโบโบยี จะชอบมาก จากนั้นก็ให้เอาเงินจะเป็นดอลล่า บาท หรือจ๊าด ก็ได้ (แต่แนะนำให้เอาเงินบาทดีกว่าเพราะเราเป็นคนไทย) แล้วเอาไปใส่มือของนัตโบโบยีสัก 2 ใบ ไหว้ขอพรแล้วดึกกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้ จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของนัตโบโบยี แค่นี้ท่านก็จะสมตามความปราถนาที่ขอไว้จากนั้นนำท่านข้ามฝั่งไปอีกฟากหนึ่งของถนน เพื่อสักการะ เทพกระซิบ ซึ่งมีนามว่า “อะมาดอว์เมี๊ยะ” ตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า รักษาศีล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัต ซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว ซึ่งการขอพรเทพกระซิบต้องไปกระซิบเบาๆ ห้ามคนอื่นได้ยิน ชาวพม่านิยมขอพรจากเทพองค์นี้กันมากเช่นกัน การบูชาเทพกระซิบ บูชาด้วยน้ำนม ข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้

23 เย็น

นำท่านชมและนมัสการ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่าอายุกว่าสองพันห้าร้อยกว่าปี เจดีย์ทองแห่งเมืองดากอง หรือ ตะเกิง ชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง มหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในพม่า สถานที่แห่งนี้มี ลานอธิฐาน จุดที่บุเรงนองมาขอพรก่อนออกรบ ท่านสามารถนำดอกไม้ธูปเทียน ไปไหว้ เพื่อขอพรจากองค์เจดีย์ชเวดากอง ณ ลานอธิษฐานเพื่อเสริมสร้างบารมีและสิรมงคล นอกจากนี้รอบองค์เจดีย์ยังมีพระประจำวันเกิดประดิษฐานทั้งแปดทิศรวม 8 องค์ หากใครเกิดวันไหนก็ให้ไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดตน จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต พระเจดีย์นี้ได้รับการบูรณะและต่อเติมโดยกษัตริย์หลายรัชกาลองค์เจดีย์
ห่อหุ้มด้วยแผ่นทองคำทั้งหมดน้ำหนักยี่สิบสามตันภายในประดิษฐานเส้นพระเกศาธาตุ
ของพระพุทธเจ้าจำนวนแปดเส้นและเครื่องอัฐะบริขารของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนทั้งสาม
พระองค์ บนยอดประดับด้วยเพชรพลอยและอัญมณีต่างๆ จำนวนมาก และยังมีเพชร
ขนาดใหญ่ประดับอยู่บนยอดบริเวณเจดีย์จะได้ชมความงามของวิหารสี่ทิศ ซึ่งทำเป็น
ศาลาโถงครอบด้วยหลังคาทรงปราสาท ซ้อนเป็นชั้นๆงานศิลปะและสถาปัตยกรรมทุกชิ้นที่รวมกันขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของพุทธเจดีย์ล้วนมีตำนานและภูมิหลังความเป็นมาทั้งสิ้น ชมระฆังใบใหญ่ที่อังกฤษพยายามจะเอาไปแต่เกิดพลัดตกแม่น้ำย่างกุ้งเสียก่อนอังกฤษกู้เท่าไหร่ก็ไม่ขึ้นภายหลังชาวพม่า ช่วยกันกู้ขึ้นมาแขวนไว้ที่เดิมได้ จึงถือเป็นสัญลักษณ์
แห่งความสามัคคีซึ่งชาวพม่าถือว่าเป็นระฆังศักดิ์สิทธิ์ ให้ตีระฆัง 3 ครั้งแล้วอธิษฐานขออะไรก็จะได้ดั่งต้องการจากนั้นให้ท่านชมแสงของอัญมณีที่ประดับบนยอดฉัตรโดยจุดชมแต่ละจุดท่านจะได้เห็นแสงสีต่างกันออกไป เช่น สีเหลือง, สีน้ำเงิน, สีส้ม, สีแดง เป็นต้น

23 19.00 น.

บริการอาหารค่ำณภัตตาคารชาบูชิบุฟเฟ่ต์ อร่อยเต็มอิ่มกับชาชูชิ สุกี้หม้อไฟและซูชิ ข้าวปั้นสารพัดหน้าในเครือโออิชิ
**นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมหรูหราระดับ 4 ดาวที่เข้าร่วมโปรโมชั่น โดยทางทัวร์จะเป็นผู้จัดลงเลือกพักโรงแรม ซึ่งจะเป็น 2 โรงแรมนี้เท่านั้น**
โรงแรมระดับ 4 ดาว SUMMIT PARKVIEW HOTEL 4 STAR หรือ BEST WESTERN HOTEL ระดับ 4 ดาว

วันที่ 3 ย่างกุ้ง-พุกาม-วัดเจดีย์ชเวสิกอง-วัดอนันดา-วัดมนุหา-วัดกุบยางกี-วัดติโลมินโล-วัดสัญพัญญู-วิหารธรรมยันจี-เจดีย์ชเวชานดอร์-โชว์พื้นเมืองเชิดหุ่น (เช้า/กลางวัน/เย็น)
23 05.00 น.

รับประทานอาหารเช้า แบบกล่องจากทางโรงแรม

23 06.00 น.

นำท่านเดินทางสู่สนามบินมิงกาลาดง อาคารผู้โดยสายภายในประเทศ

23 07.00 น.

ออกเดินทางสู่สนามบินยองลู สู่เมืองประวัติศาสตร์พุกาม โดยสายการบิน Air Mandalay เที่ยวบินที่ 6T 401

23 08.25 น.

เดินทางถึงเมืองพุกาม(Bagan) นำท่านนำท่านชม พระเจดีย์ชเวสิกอง
(Shwezigon Pagoda) ซึ่งเป็นสถูปดั้งเดิมของพม่าโดยแท้ มีลักษณะเป็นสีทอง
ขนาดใหญ่สร้างขึ้นหลังพระเจ้าอโนรธาขึ้นครองราชย์ เพื่อใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
    จากพระสรีระหลายส่วน มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่ ใช้เป็นทั้งที่ประชุมสวดมนต์
และศูนย์กลางของพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทในพุกาม ชม วัดอนันดา
(Ananda Temple) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของกำแพงเมือง เป็นวัดสีขาว มอง
เห็นได้ชัดเจน สร้างเสร็จเมื่อปี 1091 ซึ่งวิหารแห่ง
นี้นับได้ว่าเป็นวิหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพุกาม มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุขเด็จ
ยื่นออกไปทั้ง 4 ด้านซึ่งต่อมาเจดีย์แห่งนี้เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมพม่าในยุค
ต้นของพุกาม และสิ่งที่น่าทึ่งของวิหารแห่งนี้ก็คือ ที่ช่องหลังคาเจาะเป็นช่องเล็กๆ ให้แสงสว่างส่องลงมาต้ององค์พระ ให้มีแสงสว่างอย่างน่าอัศจรรย์ จากนั้นพาท่านชม วัดมนุหา(Manuha Temple) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของหมู่บ้านมยินกะบา สร้างเมื่อปี 1059 โดยพระเจ้ามนูหะกษัตริย์แห่งมอญ เพื่อสั่งสมบุญไว้สำหรับชาติหน้า จึงได้นำอัญมณีบางส่วนไปขายมาสร้างวัดนี้ โครงสร้างวิหารค่อนข้างแคบ มีพระนอนหนึ่งองค์ กับ พระพุทธรูปอีกสามองค์นั่งเบียดเสียดอยู่ภายใน สะท้อนถึงความคับแค้นพระทัยของกษัตริย์เชลยพระองค์นี้เป็นอย่างดี

23 เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

23 บ่าย

นำท่านแวะชมสิ่งของขึ้นชื่อของพุกามก็คือ เครื่องเขิน (Lacquer Ware) ซึ่งยอมรับกัน
ว่ามีชื่อเสียงที่สุดในพม่า เช่น ถ้วยน้ำ จานรอง โถใส่ของตั้งแต่ขนาดเล็กถึงใหญ่ หีบใส่
ของต่างๆ สิ่งที่กำลังเป็นที่นิยมก็คือ โถใส่ของทำจากขนหางม้าสานกับโครงไม้ไผ่ มีขนาด
เบาบางและบีบให้ยุบ แล้วกับไปคืนรูปได้ดังเดิม จากนั้นพาท่านเที่ยว วัดกุบยางกี (Gubyaukkyi Tempel) สร้างโดยพระโอรสของพระเจ้าจันสิทธะ สิ่งที่โดดเด่นคือ ภาพจิตกรรมฝาผนังที่งดงามที่สุดในพุกาม ที่ยังคงเหลืออยู่ จากนั้นเข้าชม วัดติโลมินโล (Htilominlo Temple) สร้างขึ้นเมื่อปี 1211 โดยพระบัญชาของพระเจ้านันต่าว-มยา เป็นพระโอรสในพระเจ้านรปติสิทธู ซึ่งเกิดกับนางห้ามผู้หนึ่ง และได้เสี่ยงทางเลือกให้เป็นราชทายาท เป็นวัดสูง 46 เมตร ยาว 43 เมตร เท่ากันทั้ง 4ด้านมีพระพุทธรูปประดิษฐ์ฐานอยู่ทั้ง 4 ทิศ ทั้งสองชั้น มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเก่าแก่กับลวดลายปูนปั้น อันประณีตสวยงาม สร้างโดยพระติโลมินโล เมื่อปี พ.ศ.1761 ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีความสวยงามมากทั้งภายในและภายนอก นมัสการ เจดีย์สัพพัญญู ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในเมืองพุกาม ชมวิหารธรรมยันจี (Dhammayangyt) สร้างโดยพระเจ้านะระตู่ และพระองค์ก็เชื่อว่าเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองพุกาม สร้างขึ้นเพื่อล้างบาป ด้วยทรงปริวิตกว่าผลกรรมจากการกระทำปิตุฆาตจะติดตามพระองค์ไปในชาติภพหน้า ตั้งโดดเด่นยิ่งใหญ่ตระหง่านดังตำนานที่โหดร้ายได้เล่าต่อกันมา จากนั้นนำท่านเดินทางชมและเก็บภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ณ เจดีย์ชเวซานดอว์ (Shwesandaw Pagoda) ท่านสามารถมองเห็นทุ่งทะเจดีย์ในมุม 360 องศา ได้จากเจดีย์แห่งนี้

23 ค่ำ

บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร พร้อมชมโชว์เชิดหุ่นกระบอก ท่านจะได้ชม
การเชิดหุ่นที่ดูเหมือนมีชีวิตจริง พร้อมลิ้มรสอาหารพื้นเมือง
**นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมหรูระดับ 4 ดาว**โรงแรมระดับ 4 ดาว SU TIEN SAN HOTEL 4 STARหรือเทียบเท่า

วันที่ 4 พุกาม-เฮโฮ- รัฐฉาน-ทะเลสาบอินเล-วัดพองดออู-ชมสวนเกษตรลอยน้ำ-หมู่บ้านทอผ้าอินปอ-วัดแมวลอดห่วง (เช้า/กลางวัน/เย็น)
23 05.30 น.

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

23 จากนั้น

นำท่านเดินทางสู่สนามบินนองอูพุกาม อาคารผู้โดยสายภายในประเทศ

23 07.50 น.

เหิรฟ้าทางสู่สนามบินเฮโฮโดยสายการภายในประเทศ เที่ยวบินที่ YJ892

23 09.00 น.

เดินทางถึงเดินทางถึงสนามบินเฮโฮ HEHO นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองตองยี
เมืองหลวงเก่าของรัฐฉาน (Shan State) นั่งรถจากสนามบินไปราว 1 ชั่วโมงครึ่ง
เพื่อไปชมทะเลสาบอินเล (Inle Lake) มีพื้นที 158 ตร.กม. อยู่สูงกว่าระดับนํ้าทะเล
878 เมตร ความยาวจากเหนือจรดใต้ประมาณ 32 กม. กว้าง 5 กม. เกิดจากลำธารหลายสายที่ไหลมาจากเทือกเขาที่ทอดขนานไปทั้งทางทิศตะวันตกและตะวันออก มีน้ำไหลจากทะเลสาบไปลงแม่นํ้าสาละวิน รอบทะเลสาบมีชุนชนชาวอินตาอยู่มากกว่า 200 แห่ง นำท่านลงเรือเพื่อเดินทางสู่ ทะเลสาบอินเล ลงเรือยนต์(ลำละ 5-6 ท่าน) มีเสื้อชูชีพบริการท่านเพื่อความปลอดภัย ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้าน การสร้างบ้านบนทะเลสาบ ระหว่าง
ทาง ท่านจะได้พบการพายเรือด้วยเท้าข้างเดียวทั้งชายและหญิงอันเป็นเอกลักษณ์ของชาว
อินตา นำท่านชม ตลาด 5 วัน(ตลาดเหยาม่า) ซึ่งเป็นตลาดนัดที่หมุนเวียนกันไปโดยไม่ซ้ำ
กัน ให้ท่านเลือกซื้อของที่ระลึกกลับบ้าน

23 เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร กลางทะเลสาบอินเล
นำท่านเที่ยวชม วัดพองดออู สร้างในศตวรรษที่ 12 อดีต พระพุทธรูป 5 องค์นี้ (พระบัวเข็ม) ชาวบ้านจะ อัญเชิญขึ้นเรือแล้วแห่ไปตามหมู่บ้านต่างๆรอบทะเลสาบ (ซึ่งจะแห่หลังจากเทศกาลออกพรรษา 15 วัน) มีขนาด 5 ซ.ม. แต่ปัจจุบันชาวบ้านเอาทองมาปิดพระจนถึงปัจจุบัน พระพุทธรูปมีขนาดสูงกว่าเดิมถึง 6 เท่า ถือเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์คู่ทะเลสาบอินเลย์ ให้นำท่านนมัสการ พระบัวเข็ม เพื่อเป็นสิริมงคล จากนั้นนำท่านชม หมู่บ้านทอผ้าอินปอขอม ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่นำเส้นใย
บัวมาทอเป็นเสื้อผ้า, ผ้าพันคอ ฯลฯ ชม วัดแมวกระโดด มีอายุ 200 กว่าปี จากนั้นนำท่าน
เดินทางกลับที่พัก พักผ่อนกับบรรยากาศของ ทะเลสาบอินเลย์ หลังจากนั้นเดินทางไป
หมู่บ้านผลิตบุหรี่พื้นเมือง และ แปลงสวนผักลอยน้ำ (Floating Garden) ที่ปลูกผักมาก
มาย เช่น พริก, ผักกาด, มะเขือเทศ ในจำนวนมากพอที่จะเลี้ยงคนพม่าทั้งประเทศได้ หลัง
จากนั้นนำท่านไป วัดแมวลอดห่วง Nga-Phe-Kyanng Monastary เป็นสำนักสงฆ์ที่รวบรวมพระพุทธรูปสำคัญ ๆ ไว้เป็นจำนวนมากเป็นวัดที่ได้รับการประกาศให้เป็นโบราณสถาน ประกอบด้วยเสาไม้สักถึง 654 ต้น สร้างในปี ค.ศ. 1205 สมัยพระเจ้ามินดง ได้เวลาสมควรเข้าสู่ที่พัก

23 ค่ำ

บริการอาหารค่า ณ ห้องอาหารโรงแรม 

พักที่ SKY LAKE INLE RESORT ณ ทะเลสาบอินเล (หรือเทียบเท่า)


วันที่ 5 เฮโฮ-มัณฑะเลย์-อมรปุระ-สะพานไม้อูเบ็ง-มิงกุน-หมู่บ้านมิงกุน-ล่องแม่น้ำอิระวดี-วัดกุสินารา-เขามัณฑะเลย์ (เช้า/กลางวัน/เย็น)
23 06.30 น.

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

23 09.40 น.

ออกเดินทางไปสนามบินเฮโฮ สู่เมืองมัณฑะเลย์ โดยสายการบิน Air Bagan เที่ยวบินที่ W9-011

23 10.35 น.

เดินทางถึง สนามบินมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง อมรปุระ (Amrapura) เมืองแห่งผู้เป็นอมตะ
    ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นราชธานีเพียง 76 ปี แห่งหนึ่งของพม่าก่อนที่จะย้ายมายอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ในปี พ.ศ.2400 ชม สะพานไม้อูเบ็ง (U-Ben) สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง1,208 ต้นซึ่งมีอายุกว่า 200ปี สะพานอูเบ็ง สร้างจากไม้สักที่รื้อถอนจากพระราชวังเก่ากรุงอังวะ โดยพระเจ้าปดุงให้ขุนนางชื่ออูเบ็งคุมงานก่อสร้างสะพานแห่งนี้เลยตั้งชื่อตามผู้คุมทอดข้ามทะเลสาบคองตามัน ไปสู่วัดจอกตอจี ซึ่งมีเจดีย์ที่สร้างตามแบบวัดอนันดาแห่งพุกาม ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังทีเป็นศิลปะชาวกรุงศรีอยุธยาที่ถูกกวาดต้อนตอนเสียกรุงให้มาอยู่ในอาณาบริเวณแถบนี้นั่นเอง

23 เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

23 จากนั้น

นำท่านสู่ เมืองมิงกุน โดยการล่องเรือไปตามแม่น้ำอิระวดีสู่มิงกุน จากท่าเรือใกล้เจดีย์
    ชเวไจยัต เขตเมืองอมรปุระ ทวนน้ำไปหมู่บ้านมิงกุน ซึ้งเป็นส่วนหนึ่งของอมรปุระ แต่
    อยู่บนเกาะกลางลำน้ำอิรวดีและไปได้ด้วยเส้นทางเรือเท่านั้นทว่ามีอนุสรณ์สถานที่แสดง
    ความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าปดุง ระหว่างทางจะได้เห็นหมู่บ้านอิรวดีที่มีลักษณะเป็น “กึ่ง
    บ้านกึ่งแพ” เนื่องจากระดับน้ำอิรวดีในแต่ละฤดูกาลจะมีความแตกต่างกันมาก โดย
    เฉพาะฤดูน้ำหลาก ระดับน้ำจะขึ้นสูงกว่าฤดูแล้วกว่า 10 เมตร ชาวพม่าจึงนิยมสร้างบ้าน
    กึ่งแพ คือถ้าน้ำขึ้นสูงก็ร่วมแรงกันยกบ้านขึ้นที่ดอนครั้นน้ำลงมากก็ยกบ้านมาตั้งใกล้น้ำเพื่อความสะดวกสบายในการใช้แม่น้ำในชีวิตประจำวัน นำท่านชม เจดีย์มิงกุน ร่องรอยแห่งความทะเยอทะยานของพระเจ้าปดุง ด้วยภายหลังทรงเคลื่อนทัพไปตียะไข่ แล้วสามารถชะลอพระมหามัยมุนีมาประดิษฐานที่มัณฑะเลย์เป็นผลสำเร็จ จึงทรงฮึกเหิมที่จะกระทำการใหญ่ขึ้นและยากขึ้น ด้วยการทำสงครามแผ่ขยายไปรอบด้าน พร้อมกับเกณฑ์แรงงานข้าทาสจำนวนมากก่อสร้างเจดีย์มิงกุนหรือเจดีย์จักรพรรดิเพื่อ
    ประดิษฐานพระทันตธาตุที่ได้จากพระเจ้ากรุงจีนโดยทรงมุ่งหวังให้ยิ่งใหญ่เทียบเท่ามหาเจดีย์ในสมัย
    พุกาม และใหญ่โตโอฬารยิ่ง กว่าพระปฐมเจดีย์ในสยาม ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดใน
    สุวรรณภูมิ ส่งผลให้ข้าทาสชาวยะไข่หรืออาระกันจำนวน 50,000 คนหลบหนีการขดขี่แรงงานไปอยู่
    ในเขตเบงกอล เป็นดินแดนในอาณัติของอังกฤษแล้วทำการซ่องสุมกำลังเป็นกองโจรลอบโจมตีกอง
    ทัพพม่าอยู่เนืองๆโดยพม่ากล่าวหาว่าอังกฤษหนุนหลังกลายเป็นฉนวนให้เกิดสงครามอังกฤษ-พม่า
    อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พม่าเสียเมืองในที่สุดอย่างไรก็ตาม งานก่อสร้างเจดีย์มิงกุนดำเนินไปได้
    เพียง7 ปี พระเจ้าปดุงเสด็จสวรรคตภายหลังทรงพ่ายแพ้ไทยในสงครามเก้าทัพ มหาเจดีย์อันยิ่งใหญ่
    ในพระราชหฤทัยของพระองค์จึงปรากฏเพียงแค่ฐานทว่าใหญ่โตมหึมาดั่งภูเขาอิฐที่มีความมั่นคงถึง
    50 เมตร ซึ่งหากสร้างเสร็จตามแผนจะเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดและสูงที่สุดในโลก เพราะสูงถึง 152 เมตร ส่วนรอยแตกร้าวตรงกลางฐานเกิดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปี ระฆังมิงกุนไม่ไกลจากฐานเจดีย์มิงกุนคือระฆังมิงกุนพระเจ้าปดุงโปรดฯให้สร้างโดยสำเร็จ เพื่อทิศทวายแด่มหาเจดีย์มิงกุน จึงต้องมีขนาดใหญ่คู่ควรกัน คือเป็นระฆังยักษ์ที่มีเส้นรอบวงถึง 10เมตร สูง 3.70 เมตร น้ำหนัก87ตัน เล่าขานกันว่า พระเจ้าปดุงทรงไม่ต้องการให้มีใครสร้างระฆังเลียนแบบจึงรับสั่งให้ประหารชีวิตนายช่างทันทีที่สร้างเสร็จ ปัจจุบันถือเป็นระฆังยักษ์ที่มีขนาดเล็กกว่าระฆังแห่งหนึ่งแห่งพระราชวังเครมลินในกรุงมอสโกเพียงใบเดียวทว่าระฆังเครมลินแตกร้าวไปแล้วชาวพม่าจึงภาคภูมิใจว่าระฆังมิงกุนเป็นระฆังยักษ์ที่ยังคงส่งเสียงก้องกังวานทั้งนี้เคยมีการทดสอบความกว้างใหญ่ของระฆังใบนี้ โดยให้เด็กตัวเล็กๆไปยืนรวมกันอยู่ใต้ระฆังได้ถึง100 คน เจดีย์ชินพิวมิน (เมียะเต็งดาน) ประดิษฐานอยู่เหนือระฆังมิงกุนไม่ไกล ได้ชื่อว่าเป็นเจดีย์ที่สวยสง่ามากแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2359โดยพระเจ้าบากะยีดอว์ พระราชนัดดาในพระเจ้าปดุง เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่
    พระองค์มีต่อพระมหาเทวีชินพิวมิน ซึ่งถึงแก่พิราลัยก่อนเวลาอันควร จึงได้รับสมญานามว่า “ทัชมาฮาลแห่งลุ่มอิรวดี” เจดีย์องค์นี้เป็นพุทธศิลป์ที่สร้างขึ้นด้วยภูมิจักรวาลคือมีองค์เจดีย์สถิตอยู่ตรงกลางณยอดเขาพระสุเมรุอันเชื่อกันว่าเป็นศูนย์กลางและโลกและจักรวาลล้อมรอบด้วยขุนเขาและมหาสมุทรตามหลักไตรภูมิหลังจากนั้นเดินทางกลับมายังมัณฑะเลย์

23 เย็น

นำท่านแวะวัดกุสินารา ซึ่งมีอายุหลายร้อยปี ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์นำท่าน
เดินทางสู่เขา Mandalay Hill ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง เขาลูก
นี้สูง 240 เมตร ซึ่งเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดของเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งอยู่บน
ยอดเขา สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองมัณฑะเลย์เกือบทั้งเมือง ชมพระอาทิตย์
ลับฟ้าอันสวยงามบนยอดเขามัณฑะเลย์

23 ค่ำ

บริการอาหารค่ำเมนูพิเศษ กุ้งแม่น้ำเผา
*นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมหรูหราระดับ 4 ดาว **โรงแรมระดับ 4 ดาวHAZEL MANDALAY HOTEL 4 STAR

วันที่ 6 ร่วมพิธีล้างหน้าพระพักตร์พระมหามัยมุณี-พระราชวังมัณฑะเลย์-พระราชวังไม้สักชเวนานจอง-วัดกุโสดอ-สกายน์ เจดีย์เก๊ามูดอว์-มัณฑะเลย์-กรุงเทพฯ  (เช้า/กลางวัน/เย็น)
23 04.00 น.

นำท่านนมัสการ พระมหามัยมุนี อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด 1 ใน 5 แห่งของพม่า ถือเป็นต้นแบบ
พระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 สูง 12 ฟุต 7 นิ้ว หุ้มด้วยทองคำเปลวหนา 2 นิ้ว ทรงเครื่องประดับทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 ฟุต ในปี พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุงได้สร้างวัดมหามุนี หรือวัดยะไข่ (วัดอาระกัน หรือวัดพยาจี) เพื่อประดิษฐานพระมหามัยมุนี และในปี พ.ศ.2422 สมัยพระเจ้า สีปอ ก่อน   จะเสียเมืองพม่าให้อังกฤษได้เกิดไฟไหม้วัดทองคำ จึงทำให้ทองคำเปลวที่ปิดพระละลายเก็บเนื้อทองได้นํ้าหนักถึง 700 บาท ต่อมาในปี พ.ศ.2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลีจึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่า โดยรอบ ๆ ระเบียงเจดีย์ยังมีโบราณวัตถุที่นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1 พร้อมทั้ง เชิญทุกท่านร่วมทำบุญบูรณวัดกุสินารา ซึ่งมีอายุหลายร้อยปี ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ สวยงามมากจากนั้นกลับโรงแรม

23 07.00 น.

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

23 จากนั้น

นำท่านชมพระราชวังมัณฑะเลย์ (Mandalay Palace) พระราชวังที่ส่วนใหญ่ก่อ
สร้างด้วยไม้สักที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา
หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 วันที่ 20 มีนาคม 2488เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโดยกอง
ทัพอังกฤษได้ทิ้งระเบิดจำนวนมากมายถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ของพม่า ด้วยเหตุ
ผลว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกองทัพญี่ปุ่นพระราชวังมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นพระราชวังไม้สักก็ถูกไฟไหม้เผาราบเป็นหน้ากลองหลงเหลือก็แต่ป้อมปราการและคูนํ้ารอบพระราชวังที่ยังเป็นของดั่งเดิมอยู่ปัจจุปันพระราชวังที่เห็นอยู่เป็นพระราชวังที่รัฐบาลพม่าได้จำลองรูปแบบของพระราชวังของเก่าขึ้นมา

23 จากนั้น

นำท่านไป พระราชวังไม้สักชเวนานจอง (Golden Palace Monastry) วังที่สร้าง
ด้วยไม้สักทั้งหลัง งดงามตามแบบศิลปะพม่าแท้ๆ วิจิตรตระการด้วยลวดลายแกะ
สลักประณีตอ่อนช้อย ทั้งหลังคา บานประตูและหน้าต่าง โดยเน้นรายละเอียดเกี่ยว
กับพุทธประวัติและทศชาติของพระพุทธเจ้า สร้างโดยพระเจ้ามินดงในปี พ.ศ. 2400
ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ย้ายราชธานีจากอมรปุระมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์เพื่อเป็นตำหนักยามแปรพระราชฐาน แต่หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ พระเจ้าธีบอ หรือ สีป่อ พระโอรสก็ทรงยกวังนี้ถวายเป็นวัด ถือได้ว่าเป็นงานฝีมือที่ประณีตของช่างหลวงชาวมัณฑะเลย์อย่างแท้จริง   นำท่านชม วัดกุโสดอ (Kuthodaw Pagoda) วัดกุโสดอเป็นวัดที่พระเจ้ามินดงทรงโปรดฯให้มีการจัดสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 ของโลกขึ้นโดยทรงให้จารึกพระไตรปิฎกจำนวน 84,000 พระธรรมขันธ์ลงบนแผ่นหินอ่อน 729 แผ่น รวม1,428 หน้า และได้สร้างมณฑปสีขาวครอบแผ่นจารึกหินอ่อนเหล่านี้
ไว้ (1 แผ่นต่อ 1 มณฑป) เรียงรายรอบพระเจดีย์มหาโลกมารชิน ที่จำลองแบบมาจากเจดีย์ชเวสิกองแห่งเมืองพุกามหนังสือกินเนสบุ๊คได้บันทึกไว้ว่า “หนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก

23 เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

23 จากนั้น

เดินทางสู่ เมืองสกายน์ ศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนาที่สำคัญ ท่านจะได้ชมทัศนียภาพของเมืองสกายน์ ลุ่มแม่น้ำอิระวดี
เจดีย์จำนวนมากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่บนภูเขา และริมฝั่งแม่น้ำ ประมานพุทธศตวรรษ
ที่ 19 มีเจ้าเชื้อสายไทยใหญ่เมืองสกายน์ นาม สอยุน รวบรวมผู้คนแล้วตั้งตนเป็น
กษัติย์อยู่ที่เมืองสกายน์ หรือสะแกง ที่ตั้งปัจจุบันอยู่ใหล้เนินเขาบนฝั่งตะวันตกของ
แม่น้ำอิรวดี ห่างจากมัณฑะเลย์ไปทางทิศใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร สกายน์เป็นราช
ธานีได้เพียง 59 ปี ภายหลังเกิดการชิงอำนาจกัน สุดท้ายพระเจ้าโดะมินพญา ได้รับ
ชัยชนะจึงย้านเมืองหลวงใหม่มาตั้งที่ปากแม่น้ำมิดแง ตรงที่บรรจบกับแม่น้ำ
อิรวดี จนเป็นที่ตั้งของเมืองอังวะในเวลาต่อมา จากนั้นชมเจดีย์กวงมูดอร์ หรือวัดเจดีย์นมนาง สร้างโดยพระเจ้าต้าหลู่ เมื่อปี ค.ศ.1636 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วหรือพระทันตธาตุที่ได้มาจากลังกา เจดีย์นี้เป็นเจดีย์ทรงโอคว่ำแบบสิงหล หรือเจดีย์ทรงลังกา มีตำนานเล่าว่าองค์ระฆังทรงกลมผ่าครึ่งซีกนี้ ได้ต้นแบบมาจากถันพระชายาคนโปรดของพระเจ้าต้าหลู่ องค์เจดีย์มีความสูง 46 เมตร เส้นรอบวงวัดได้ 274 เมตร และใช้อิฐในการก่อสร้างมากถึง 10,126,552 ก้อน แล้วชม Umin Thonse` Pagoda or 30 Caves Pagoda เจดีย์อูมินทงแส่ ภายในมีพระพุทธรูป 45 องค์ประดิษฐานเรียงกันเป็นครึ่งวงกล
ได้เวลาสมควร นำทุกท่านเดินทางกลับสู่สนามบินมัณฑะเลย์

23 17.30 น.

ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD 247
** มีบริการอาหารร้อนและเครื่องดื่มบนเครื่อง **

23 19.50 น.

เดินทางถึงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

23

หมายเหตุ : สำหรับลูกค้าที่เดินทางช่วงวันหยุดปีใหม่ กรุณาเช็คราคาก่อนทำการจองทุกครั้ง เนื่องจากทางโรงแรมอาจจะมีการจัดงานกาล่าดินเนอร์โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ลูกค้าจะต้องเสียค่าอาหารกาล่าดินเนอร์ประมาณท่านละ 1,000-1,500 บาทต่อท่าน ขึ้นอยู่กับโรงแรมที่พักในแต่ละที่และแต่ละปี (ทั้งนี้ทางผู้จัดจะแจ้งให้ทราบก่อนทำการจองทุกครั้งค่ะเพื่อผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ)


pic1
John Doe 27-Jan-2017

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Duis elementum, dolor sit amet.

pic2
John Doe 27-Jan-2017

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Duis elementum, dolor sit amet.

pic3
John Doe 27-Jan-2017

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Duis elementum, dolor sit amet.

ADD REVIEW