เมียนมาร์
4 วัน 3 คืน
Bangkok Airway
สนามบินสุวรรณภูมิ
8 มื้อ
4 ดาว
ไฮไลท์ทัวร์
ร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ล้างพระพักตร์ พระมหามัยมุณี สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด 1 ใน 5 มหาบูชาสถาน
ชม สะพานไม้อูเบ็ง สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดโลก ชม พระราชวังไม้สักชเวนานจอง
ชมความงดงาม พระราชวังมัณฑะเลย์ ชมวิวที่เขา มัณฑะเลย์ฮิลล์
ชม เจดีย์ชเวสิกอง เมืองพุกาม 1 ใน 5 มหาบูชาสถาน
ล่องแม่น้ำอิระวดีชม เมืองมิงกุน ระฆังมิงกุน เจดีย์มิงกุน และ ทัชมาฮาลพม่า
ชมโชว์หุ่นเชิด พุกาม และชม วัดกุโสดอ
เมนูพิเศษ เมนูกุ้งเผา
แถมฟรี!! ชุดเสริมบารมี (เสื้อยืดมิงกาลาบา+ผ้าเช็ดพระพักตร์+สมุดสวดมนต์+น้ำดื่ม+ผ้าเย็นไม่จำกัด)
โปรแกรมทัวร์
-
| 10.00 น. |
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 4 เคาท์เตอร์ F สายการบินบางกอกแอร์เวย์ Bangkok Airway (PG) โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน
|
| 12.05 น. |
ออกเดินทางสู่เมืองมัณฑะเลย์ โดยเที่ยวบิน PG 709 ** บริการอาหารบนเครื่อง**
|
| 13.25 น. |
เดินทางถึง สนามบินมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่เมืองพุกาม เมืองแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศเมียนม่าร์ โดยรถ บัสปรับอากาศ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)พักผ่อนบนรถตามอัธยาศัย
|
| ค่ำ |
( บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร พร้อมชมโชว์เชิดหุ่นกระบอก ท่านจะได้ชมการ เชิดหุ่นที่ดูเหมือน มีชีวิตจริง พร้อมลิ้มรสอาหารพื้นเมือง
**นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมหรูระดับ 4 ดาว**โรงแรมระดับ 4 ดาว SU TIEN SAN HOTEL 4 STARหรือเทียบเท่า
|
-
| 07.00 น. |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม จากนั้น นำท่านชมเมืองทะเลเจดีย์ที่ สวยงามและหมู่บ้านเก่าแก่เมืองพุกามที่ยังคงวิถีที่ชีวิตที่เรียบง่าย ณ เจดีย์ชเวซานดอว์ ท่านสามารถมองเห็นทุ่งทะเจดีย์ในมุม 360 องศา ได้จากเจดีย์แห่งนี้
|
| 08.25 น. |
นำท่านชม พระเจดีย์ชเวสิกอง (Shwezigon Pagoda) ซึ่งเป็นสถูปดั้งเดิมของพม่า โดยแท้ มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่ สร้างขึ้นหลังพระเจ้าอโนรธาขึ้นครองราชย์ เพื่อใช้ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จากพระสรีระหลายส่วน มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่ ใช้เป็น ทั้งที่ประชุมสวดมนต์ และศูนย์กลางของพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทในพุกาม ชม วัดอนันดา (Ananda Temple) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของกำแพงเมือง เป็นวัดสีขาว มองเห็นได้ชัดเจนสร้างเสร็จเมื่อปี 1091 ซึ่งวิหารแห่งนี้นับได้ว่าเป็นวิหารที่มีขนาดใหญ่ที่ สุดในพุกาม มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุขเด็จยื่นออกไปทั้ง 4 ด้านซึ่งต่อมาเจดีย์แห่ง นี้เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมพม่าในยุคต้นของพุกาม และสิ่งที่น่าทึ่งของวิหารแห่งนี้ก็คือ ที่ช่องหลังคา เจาะเป็นช่องเล็กๆ ให้แสงสว่างส่องลงมาต้ององค์พระ ให้มีแสงสว่างอย่างน่าอัศจรรย์ จากนั้นพาท่านชม วัดมนุหา (Manuha Temple) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของหมู่บ้านมยินกะบา สร้างเมื่อปี 1059 โดยพระเจ้ามนูหะ กษัตริย์แห่งมอญ เพื่อสั่งสมบุญไว้สำหรับชาติหน้า จึงได้นำอัญมณีบางส่วนไปขายมาสร้างวัดนี้ โครงสร้าง วิหารค่อนข้างแคบ มีพระนอนหนึ่งองค์ กับ พระพุทธรูปอีกสามองค์นั่งเบียดเสียดอยู่ภายใน สะท้อนถึง ความคับแค้นพระทัยของกษัตริย์เชลยพระองค์นี้เป็นอย่างดี |
| เที่ยง |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| บ่าย |
นำท่านแวะชมสิ่งของขึ้นชื่อของพุกามก็คือ เครื่องเขิน (Lacquer Ware) ซึ่งยอมรับกันว่ามีชื่อเสียงที่สุด ในพม่า เช่น ถ้วยน้ำ จานรอง โถใส่ของตั้งแต่ขนาดเล็กถึงใหญ่ หีบใส่ของต่างๆ สิ่งที่กำลังเป็นที่นิยมก็คือ โถใส่ของทำจากขนหางม้าสานกับโครงไม้ไผ่ มีขนาดเบาบางและบีบให้ยุบ แล้วกับไปคืนรูปได้ดังเดิม จากนั้นพาท่านเที่ยว วัดกุบยางกี (Gubyaukkyi Tempel) สร้างโดยพระโอรสของพระเจ้าจันสิทธะ สิ่งที่โดดเด่นคือ ภาพจิตกรรมฝาผนังที่งดงามที่สุดในพุกาม ที่ยังคงเหลืออยู่ จากนั้นเข้าชม วัดติโลมินโล (Htilominlo Temple) สร้างขึ้นเมื่อปี 1211 โดยพระบัญชาของพระเจ้านันต่าว-มยา เป็นพระโอรสใน พระเจ้านรปติสิทธู ซึ่งเกิดกับนางห้ามผู้หนึ่ง และได้เสี่ยงทางเลือกให้เป็นราชทายาท เป็นวัดสูง 46 เมตร ยาว 43 เมตร เท่ากันทั้ง 4ด้านมีพระพุทธรูปประดิษฐ์ฐานอยู่ทั้ง 4 ทิศ ทั้งสองชั้น มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง อันเก่าแก่กับลวดลายปูนปั้น อันประณีตสวยงาม สร้างโดยพระติโลมินโล เมื่อปี พ.ศ.1761 ซึ่งได้รับการ ยกย่องว่ามีความสวยงามมากทั้งภายในและภายนอก นมัสการ เจดีย์สัพพัญญู ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดใน เมืองพุกาม ชมวิหารธรรมยันจี (Dhammayangyt) สร้างโดยพระเจ้านะระตู่ และพระองค์ก็เชื่อว่าเป็นวัด ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองพุกาม สร้างขึ้นเพื่อล้างบาป ด้วยทรงปริวิตกว่าผลกรรมจากการกระทำปิตุฆาตจะ ติดตามพระองค์ไปในชาติภพหน้า ตั้งโดดเด่นยิ่งใหญ่ตระหง่านดังตำนานที่โหดร้ายได้เล่าต่อกันมา ชมเมืองทะเลเจดีย์ที่สวยงาม และหมู่บ้านเก่าแก่เมืองพุกามที่ยังคงวิถีที่วิตที่เรียบง่าย ชม เจดีย์ชเวซานดอว์ ท่านสามารถมองเห็นทุ่งทะเจดีย์ในมุม 360 องศา ได้จากเจดีย์แห่งนี้ ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองมัณฑะเลย์ โดยรถบัสปรับอากาศ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)พักผ่อนบนรถตามอัธยาศัย
|
| ค่ำ |
บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร *นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมหรูหราระดับ 4 ดาว **โรงแรมระดับ 4 ดาวHAZEL MANDALAY HOTEL 4 STAR
|
-
| 07.00 น. |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
|
| 08.05 น. |
นำท่านสู่ เมืองมิงกุน โดยการล่องเรือไปตามแม่น้ำอิระวดีสู่มิงกุน จากท่าเรือใกล้เจดีย์ชเวไจยัต เขตเมือง อมรปุระ ทวนน้ำไปหมู่บ้านมิงกุน ซึ้งเป็นส่วนหนึ่งของอมรปุระ แต่อยู่บนเกาะกลางลำน้ำอิรวดีและไปได้ ด้วยเส้นทางเรือเท่านั้นทว่ามีอนุสรณ์สถานที่แสดงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าปดุง ระหว่างทางจะได้เห็น หมู่บ้านอิรวดีที่มีลักษณะเป็น “กึ่งบ้านกึ่งแพ” เนื่องจากระดับน้ำอิรวดีในแต่ละฤดูกาลจะมีความแตกต่าง กันมาก โดยเฉพาะฤดูน้ำหลาก ระดับน้ำจะขึ้นสูงกว่าฤดูแล้วกว่า 10 เมตร ชาวพม่าจึงนิยมสร้างบ้านกึ่งแพ คือถ้าน้ำขึ้นสูงก็ร่วมแรงกันยกบ้านขึ้นที่ดอนครั้นน้ำลงมากก็ยกบ้านมาตั้งใกล้น้ำเพื่อความสะดวกสบายใน การใช้แม่น้ำในชีวิตประจำวัน นำท่านชม เจดีย์มิงกุน ร่องรอยแห่งความทะเยอทะยานของพระเจ้าปดุง ด้วยภายหลังทรงเคลื่อนทัพ ไปตียะไข่ แล้วสามารถชะลอพระมหามัยมุนีมาประดิษฐานที่มัณฑะเลย์เป็นผลสำเร็จ จึงทรงฮึกเหิมที่ จะกระทำการใหญ่ขึ้นและยากขึ้น ด้วยการทำสงครามแผ่ขยายไปรอบด้าน พร้อมกับเกณฑ์แรงงานข้า ทาสจำนวนมากก่อสร้างเจดีย์มิงกุนหรือเจดีย์จักรพรรดิเพื่อประดิษฐานพระทันตธาตุที่ได้จากพระเจ้า กรุงจีนโดยทรงมุ่งหวังให้ยิ่งใหญ่เทียบเท่ามหาเจดีย์ในสมัยพุกาม และใหญ่โตโอฬารยิ่งกว่าพระปฐม เจดีย์ในสยาม ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในสุวรรณภูมิ ส่งผลให้ข้าทาสชาวยะไข่หรืออาระ กันจำนวน 50,000 คนหลบหนีการขดขี่แรงงานไปอยู่ในเขตเบงกอล เป็นดินแดนในอาณัติของอังกฤษ แล้วทำการซ่องสุมกำลังเป็นกองโจรลอบโจมตีกองทัพพม่าอยู่เนืองๆโดยพม่ากล่าวหาว่าอังกฤษหนุน หลังกลายเป็นฉนวนให้เกิดสงครามอังกฤษ-พม่าอันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พม่าเสียเมืองในที่สุดอย่างไร ก็ตาม งานก่อสร้างเจดีย์มิงกุนดำเนินไปได้เพียง7 ปี พระเจ้าปดุงเสด็จสวรรคต ภายหลังทรงพ่าย แพ้ไทยในสงครามเก้าทัพ มหาเจดีย์อันยิ่งใหญ่ในพระราชหฤทัยของพระองค์จึงปรากฏเพียงแค่ฐานทว่า ใหญ่โตมหึมาดั่งภูเขาอิฐที่มีความมั่นคงถึง 50 เมตร ซึ่งหากสร้างเสร็จตามแผนจะเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุด และสูงที่สุดในโลก เพราะสูงถึง 152 เมตร ส่วนรอยแตกร้าวตรงกลางฐานเกิดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ในปี ระฆังมิงกุนไม่ไกลจากฐานเจดีย์มิงกุนคือระฆังมิงกุนพระเจ้าปดุงโปรดฯ ให้สร้างโดยสำเร็จ เพื่ออุทิศ ทวายแด่มหาเจดีย์มิงกุน จึงต้องมีขนาดใหญ่คู่ควรกัน คือเป็นระฆังยักษ์ที่มีเส้นรอบวงถึง 10เมตร สูง 3.70 เมตร น้ำหนัก87ตัน เล่าขานกันว่า พระเจ้าปดุงทรงไม่ต้องการให้มีใครสร้างระฆังเลียนแบบจึงรับสั่งให้ ประหารชีวิตนายช่างทันทีที่สร้างเสร็จ ปัจจุบันถือเป็นระฆังยักษ์ที่มีขนาดเล็กกว่าระฆังแห่งหนึ่งแห่ง พระราชวังเครมลินในกรุงมอสโกเพียงใบเดียวทว่าระฆังเครมลินแตกร้าวไปแล้วชาวพม่าจึงภาคภูมิใจว่า ระฆังมิงกุนเป็นระฆังยักษ์ที่ยังคงส่งเสียงก้องกังวานทั้งนี้เคยมีการทดสอบความกว้างใหญ่ของระฆังใบนี้ โดยให้เด็กตัวเล็กๆไปยืนรวมกันอยู่ใต้ระฆังได้ถึง100 คน เจดีย์ชินพิวมิน (เมียะเต็งดาน) ประดิษฐาน อยู่เหนือระฆังมิงกุนไม่ไกล ได้ชื่อว่าเป็นเจดีย์ที่สวยสง่ามากแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2359โดย พระเจ้าบากะยีดอว์ พระราชนัดดาในพระเจ้าปดุง เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่พระองค์มีต่อพระมหา เทวีชินพิวมิน ซึ่งถึงแก่พิราลัยก่อนเวลาอันควร จึงได้รับสมญานามว่า “ทัชมาฮาลแห่งลุ่มอิรวดี” เจดีย์ องค์นี้เป็นพุทธศิลป์ที่สร้างขึ้นด้วยภูมิจักรวาลคือมีองค์เจดีย์สถิตอยู่ตรงกลางณยอดเขาพระสุเมรุอันเชื่อ กันว่าเป็นศูนย์กลางและโลกและจักรวาล ล้อมรอบด้วยขุนเขาและมหาสมุทรตามหลักไตรภูมิ หลังจากนั้น เดินทางกลับมายังมัณฑะเลย์
|
| บ่าย |
นำท่านชมพระราชวังมัณฑะเลย์ (Mandalay Palace) พระราชวังที่ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยไม้สักที่สวยงาม ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพาหรือสงครามโลกครั้งที่ 2 วันที่ 20 มีนาคม 2488 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโดยกองทัพอังกฤษ ได้ทิ้งระเบิดจำนวนมากมายถล่มพระราชวัง มัณฑะเลย์ของพม่าด้วยเหตุผลว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกองทัพญี่ปุ่นพระราชวัง มัณฑะเลย์ซึ่งเป็นพระราชวังไม้สักก็ถูกไฟไหม้เผาราบเป็นหน้ากลองหลงเหลือก็แต่ป้อมปราการและ คูนํ้ารอบพระราชวังที่ยังเป็นของดั่งเดิมอยู่ปัจจุปัน พระราชวังที่เห็นอยู่เป็นพระราชวังที่รัฐบาลพม่าได้ จำลองรูปแบบของพระราชวังของเก่าขึ้นมา
|
| จากนั้น |
นำท่านไป พระราชวังไม้สักชเวนานจอง (Golden Palace Monastry) วังที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง งดงามตามแบบศิลปะพม่าแท้ๆ วิจิตรตระการด้วยลวดลายแกะสลักประณีตอ่อนช้อย ทั้งหลังคาบาน ประตูและหน้าต่าง โดยเน้นรายละเอียดเกี่ยวกับพุทธประวัติและทศชาติของพระพุทธเจ้า สร้างโดย พระเจ้ามินดงในปี พ.ศ. 2400 ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ย้ายราชธานีจากอมรปุระมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ เพื่อเป็นตำหนักยามแปรพระราชฐาน แต่หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ พระเจ้าธีบอ หรือ สีป่อ พระโอรสก็ทรงยกวังนี้ถวายเป็นวัด ถือได้ว่าเป็นงานฝีมือที่ประณีตของช่างหลวงชาวมัณฑะเลย์ อย่างแท้จริง นำท่านชม วัดกุโสดอ (Kuthodaw Pagoda) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ทำการ สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 มีแผ่นศิลาจารึกพระไตรปิฎกทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์ และหนังสือกินเนสบุ๊คได้บันทึกไว้ว่า “หนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก”
|
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำเมนูพิเศษ กุ้งเผา *นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมหรูหราระดับ 4 ดาว **โรงแรมระดับ 4 ดาวHAZEL MANDALAY HOTEL 4 STAR
|
-
| 04.00 น. |
นำท่านนมัสการ พระมหามัยมุนี อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด 1 ใน 5 แห่งของพม่า ถือเป็นต้นแบบ พระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 สูง 12 ฟุต 7 นิ้ว หุ้มด้วยทองคำเปลว หนา 2 นิ้ว ทรงเครื่องประดับทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 ฟุต ในปี พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุงได้ สร้างวัดมหามุนี หรือวัดยะไข่ (วัดอาระกัน หรือวัดพยาจี) เพื่อประดิษฐานพระมหามัยมุนี และในปี พ.ศ.2422 สมัยพระเจ้า สีปอ ก่อน จะเสียเมืองพม่าให้อังกฤษได้เกิดไฟไหม้วัดทองคำ จึงทำให้ ทองคำเปลวที่ปิดพระละลายเก็บเนื้อทองได้นํ้าหนักถึง 700 บาท ต่อมาในปี พ.ศ.2426 ชาวพม่า ได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลีจึงนับ ได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่า โดยรอบ ๆ ระเบียง เจดีย์ยังมีโบราณวัตถุที่นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1 พร้อมทั้ง เชิญทุกท่านร่วมทำบุญ บูรณวัดกุสินารา ซึ่งมีอายุหลายร้อยปี ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ สวยงามมากจากนั้นกลับโรงแรม
|
| 07.00 น. |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง อมรปุระ (Amrapura) เมืองแห่งผู้เป็นอมตะซึ่งอยู่ทางตอน ใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นราชธานีเพียง 76 ปี แห่งหนึ่งของพม่าก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่ เมืองมัณฑะเลย์ในปี พ.ศ.2400 จากนั้นนำท่านผ่านชมภูเขาสกายศูนย์กลางแห่ง พระพุทธศาสนาที่สำคัญ ท่านจะได้ชมทัศนียภาพของเมืองสกาย ลุ่มแม่นํ้าอิระวดีเจดีย์ จำนวนมากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่บนภูเขา และริมฝั่งแม่นํ้า ชม สะพานไม้อูเบ็ง(U-Ben) สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลกโดยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ชื่อว่าเสาอู เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง1,208 ต้น ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปีทอดข้าม ทะเลสาบคองตามัน ไปสู่วัดจอกตอจี ซึ่งมีเจดีย์ที่สร้างตามแบบวัดอนันดาแห่งพุกาม
|
| 10.30 น. |
นำชม \"วัดมหากันดายงค์\"(Mahagandaryon Monastry) ซึ่งเป็นวัดใหญ่ที่สุดของพม่าที่เมืองอมรปุระ ซึ่งในช่วงเพลจะมีภิกษุสงฆ์นับร้อยรูปเดินเรียงแถวด้วยอาการสำรวมเพื่อรับอาหาร วิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้เป็น สถานที่ศึกษาพระธรรมและรักษาพระธรรมวินัยมากที่สุด ด้วยวัตรปฏิบัติอันงดงามของภิกษุสงฆ์ในวัดมหากันดายงค์ ทำให้มีชาวพม่าจำนวนมากส่งบุตรหลานมาศึกษาพุทธศาสนากันที่นี่
|
| 14.15 น. |
ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG 710 ** บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง **
|
| 16.40 น. |
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ
|
|
หมายเหตุ : สำหรับลูกค้าที่เดินทางช่วงวันหยุดปีใหม่ กรุณาเช็คราคาก่อนทำการจองทุกครั้ง เนื่องจากทาง โรงแรมอาจจะมีการจัดงานกาล่าดินเนอร์โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ลูกค้าจะต้องเสียค่าอาหารกาล่า ดินเนอร์ประมาณท่านละ 1,000-1,500 บาทต่อท่าน ขึ้นอยู่กับโรงแรมที่พักในแต่ละที่และแต่ละปี (ทั้งนี้ทาง ผู้จัดจะแจ้งให้ทราบก่อนทำการจองทุกครั้งค่ะเพื่อผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ)
|
เงื่อนไขการบริการ
เงื่อนไขการชำระค่าบริการเดินทางท่องเที่ยว
- ท่านสมาชิกจะต้องชำระเงินมัดจำเป็นเงินจำนวน 10,000 - 30,000 บาท / ท่าน เพื่อสำรองที่นั่ง ตามระยะเวลาที่บริษัทฯ ได้กำหนดในใบเรียกเก็บเงินงวดที่ 1 ( Invoice ) ( จำนวนยอดชำระมัดจำเป็นไปตามรายละเอียดเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในแต่ละท้ายโปรแกรม )
- ท่านสมาชิกต้องชำระค่าบริการส่วนที่เหลือทั้งหมด ก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 21 วัน กรณีที่ท่านไม่ได้ชำระเงิน หรือชำระเงินไม่ครบภายในกำหนดในใบเรียกเก็บเงินงวดที่ 2 ( Invoice ) รวมถึงกรณีเช็คของท่านถูกปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ว่ากรณีใดๆ จะถือว่าท่านสละสิทธิการเดินทาง
- กรณีจองทัวร์ก่อนวันเดินทางน้อยกว่า 7-20 วัน ท่านจะต้องชำระเต็มจำนวน 100 %
- การติดต่อกับทางบริษัทฯ สามารถติดต่อได้ในเวลาทำการ คือ วันจันทร์ - วันเสาร์ เวลา 9.00 น. – 18.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าว และวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆ ถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัทฯ
เงื่อนไขการยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยว
- กรณีที่ท่านสมาชิกต้องการขอยกเลิกการเดินทาง หรือเลื่อนการเดินทาง ( ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง ) ทางบริษัทฯ จะมีเอกสารในการยืนยันการยกเลิกให้ท่านเซ็นต์ตอบกลับ ผ่านทาง E-Mail เพื่อเป็นการแจ้งยกเลิกการจองเป็นลายลักษณ์อักษร ทางบริษัทฯ ไม่รับยกเลิกการจองผ่านทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใดๆ
- กรณีท่านสมาชิกต้องการขอรับเงินค่าบริการคืน ทางบริษัทฯ จะมีเอกสารในการยืนยันขอรับเงินค่าบริการคืนให้ท่านเซ็นต์ตอบกลับ ผ่านทาง E-Mail โดยแนบหนังสือมอบอำนาจ พร้อมหลักฐานประกอบการมอบอำนาจ หลักฐานการชำระเงินค่าบริการต่างๆ และหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการให้นำเงินเข้าให้ครบถ้วน โดยมีเงื่อนไขการคืนเงินค่าบริการ ดังนี้
- ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 30 วันขึ้นไป คืนเงินค่าบริการ 100% ของค่าบริการที่ชำระแล้ว
** ในกรณีที่วันเดินทางตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ ต้องยกเลิกการเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน **
- ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15 - 29 วัน เก็บค่ามัดจำทั้งหมด และเก็บค่าบริการ 50% จากราคาทัวร์ทั้งหมด
- ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 0 - 14 วัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บเงินค่าบริการทั้งหมด ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
- การเดินทางแบบตัดกรุ๊ป ที่ต้องการันตีมัดจำ หรือ ซื้อขาดแบบมีเงื่อนไข หรือ เที่ยวบินเหมาลำ Charter Flight หรือ Extra Flight กับสายการบิน หรือ ผ่านตัวแทนในประเทศ-ต่างประเทศ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำ หรือ ค่าบริการทั้งหมด ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
- บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ใน การยกเลิกการเดินทาง กรณีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไม่ถึง 15 คน
- บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ใน การเก็บค่าบริการทั้งหมด กรณีท่านยกเลิกการเดินทาง และมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯ กำหนดไว้ ( 15 ท่านขึ้นไป ) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทฯ และผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกัน และทางบริษัทฯ ต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน
- กรณีเจ็บป่วย ดังนี้
- กรณีเจ็บป่วยจนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง
บริษัทฯ จะทำการเลื่อน การเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไป แต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถ
ยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางได้ตามความเป็นจริง
- ในกรณีเจ็บป่วยกะทันหันก่อนเดินทางล่วงหน้า 7 วันทำการ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ิในการคืนเงินทุกกรณี
- กรณีเลื่อนการเดินทาง ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนการเดินทาง
เงื่อนไขและข้อกำหนดอื่นๆ ในการเดินทางท่องเที่ยว
- ทัวร์นี้สำหรับผู้มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น
- ทัวร์นี้เป็นทัวร์แบบเหมาจอย หากท่านไม่ได้ร่วมเดินทางหรือใช้บริการตามที่ระบุไว้ในรายการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด หรือถูกปฏิเสธการเข้า - ออกเมืองด้วยเหตุผลใดๆ ทางบริษัทฯ จะไม่คืนเงินค่าบริการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ท่าน
- ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านใช้บริการของทางบริษัทฯ ไม่ครบ อาทิ ไม่เที่ยวบางรายการ , ไม่ทานอาหารบางมื้อ เนื่องจากค่าใช้จ่ายทุกอย่างทางบริษัทฯ ได้ชำระค่าใช้จ่ายให้ตัวแทนต่างประเทศแบบเหมาจ่ายขาด ก่อนเดินทางเรียบร้อยแล้ว
- ตั๋วเครื่องบินเป็นตั๋วราคาพิเศษ กรณีที่ท่านไม่เดินทางพร้อมคณะ ไม่สามารถนำมาเลื่อนวันหรือคืนเงิน และไม่สามารถเปลี่ยนชื่อได้ รวมถึงหากมีการปรับราคาบัตรโดยสารสูงขึ้นตามอัตราค่าน้ำมันหรือค่าเงินแลกเปลี่ยน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ปรับราคาตั๋วดังกล่าว
- ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้กับท่านทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่ไม่มีวีซ่า และอย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่มีวีซ่า ทั้งนี้ หากทางนักท่องเที่ยวทุกท่านยินดีที่จะชำระค่าบริการเพิ่มจากการที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่าที่ทางบริษัทฯ กำหนดเพื่อให้คณะเดินทางได้ ทางบริษัทฯ ยินดีที่จะให้บริการต่อไป
- ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายจากความผิดพลาดในการสะกดชื่อ นามสกุล คำนำหน้าชื่อ เลขที่หนังสือเดินทาง และอื่นๆ เพื่อใช้ในการจองตั๋วเครื่องบิน ในกรณีที่ท่านมิได้ส่งหน้าหนังสือเดินทางให้กับทางบริษัทพร้อมการชำระเงินมัดจำ
- ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการการเดินทางตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ภูมิอากาศ และเวลา ณ วันที่เดินทางจริงของประเทศที่เดินทาง ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นสำคัญ
- ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่มิได้เกิดจากความผิดของทางบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล การนัดหยุดงาน การปฏิวัติ อุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย ความสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ ความล่าช้า เปลี่ยนแปลง หรือการบริการของสายการบิน เหตุสุดวิสัยอื่น เป็นต้น
- ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ท้ังสิ้น หากผู้เดินทางประสบเหตุสภาวะฉุกเฉินจากโรคประจำตัว ซึ่งไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุในรายการท่องเที่ยว ( ซึ่งท่านจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ )
- กรณี “สตรีตั้งครรภ์” ท่านจะต้องมีใบรับรองแพทย์ ระบุชัดเจนว่าสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้รวมถึงรายละเอียดอายุครรภ์ที่ชัดเจน สิ่งนี้อยู่เหนือการควบคุมของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น
- อัตราค่าบริการนี้คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ทางบริษัทเสนอราคา ดังนั้น ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าภาษีเชื้อเพลิง ค่าประกันภัยสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน ฯลฯ
- มัคคุเทศก์ พนักงาน หรือตัวแทนของทางบริษัท ไม่มีอำนาจในการให้คำสัญญาใดๆ แทนบริษัท เว้นแต่มีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทฯ กำกับเท่านั้น
- รายการทัวร์นี้ เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้รับการยืนยันที่นั่งจากสายการบิน และโรงแรม ที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
ข้อแนะนำก่อนการเดินทาง
- หนังสือเดินทางต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน และบริษัทฯ รับเฉพาะผู้มีจุดประสงค์เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น ( หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบหากอายุเหลือไม่ถึงและไม่สามารถเดินทางไ
- กรุณาแยกของเหลว เจล สเปรย์ ที่จะนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน ต้องมีขนาดบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 มิลลิลิตรต่อชิ้น และรวมกันทุกชิ้นไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตร โดยแยกใส่ถุงพลาสติกใสซึ่งมีซิปล็อคปิดสนิท และสามารถนำออกมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้อย่างสะดวก ณ จุดเอ็กซ์เรย์ อนุญาตให้ถือได้ท่านละ 1 ใบเท่านั้น ถ้าสิ่งของดังกล่าวมีขนาดบรรจุภัณฑ์มากกว่าที่กำหนดจะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
- สิ่งของที่มีลักษณะคล้ายกับอาวุธ เช่น กรรไกรตัดเล็บ มีดพก แหนบ อุปกรณ์กีฬาฯ จะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
| วันที่
1 กรุงเทพฯ-มัณฑะเลย์-นั่งรถสู่พุกาม-ชมโชว์พื้นเมืองหุ่นเชิด ( (-/-/เย็น) |
| 23
10.00 น. |
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 4 เคาท์เตอร์ F สายการบินบางกอกแอร์เวย์ Bangkok Airway (PG) โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน
|
| 23
12.05 น. |
ออกเดินทางสู่เมืองมัณฑะเลย์ โดยเที่ยวบิน PG 709 ** บริการอาหารบนเครื่อง**
|
| 23
13.25 น. |
เดินทางถึง สนามบินมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่เมืองพุกาม เมืองแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศเมียนม่าร์ โดยรถ บัสปรับอากาศ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)พักผ่อนบนรถตามอัธยาศัย
|
| 23
ค่ำ |
( บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร พร้อมชมโชว์เชิดหุ่นกระบอก ท่านจะได้ชมการ เชิดหุ่นที่ดูเหมือน มีชีวิตจริง พร้อมลิ้มรสอาหารพื้นเมือง
**นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมหรูระดับ 4 ดาว**โรงแรมระดับ 4 ดาว SU TIEN SAN HOTEL 4 STARหรือเทียบเท่า
|
|
| วันที่
2 พุกาม-ทะเลเจดีย์-เจดีย์ชเวซานดอว์-วัดเจดีย์ชเวสิกอง-วัดอนันดา-วัดมนุหา-วัดกุบยางกี-วัดติโลมินโล-วัดสัญพัญญู - วิหารธรรมยันจี-นั่งรถกลับสู่มัณฑะเลย์ (เช้า/กลางวัน/เย็น) |
| 23
07.00 น. |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม จากนั้น นำท่านชมเมืองทะเลเจดีย์ที่ สวยงามและหมู่บ้านเก่าแก่เมืองพุกามที่ยังคงวิถีที่ชีวิตที่เรียบง่าย ณ เจดีย์ชเวซานดอว์ ท่านสามารถมองเห็นทุ่งทะเจดีย์ในมุม 360 องศา ได้จากเจดีย์แห่งนี้
|
| 23
08.25 น. |
นำท่านชม พระเจดีย์ชเวสิกอง (Shwezigon Pagoda) ซึ่งเป็นสถูปดั้งเดิมของพม่า โดยแท้ มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่ สร้างขึ้นหลังพระเจ้าอโนรธาขึ้นครองราชย์ เพื่อใช้ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จากพระสรีระหลายส่วน มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่ ใช้เป็น ทั้งที่ประชุมสวดมนต์ และศูนย์กลางของพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทในพุกาม ชม วัดอนันดา (Ananda Temple) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของกำแพงเมือง เป็นวัดสีขาว มองเห็นได้ชัดเจนสร้างเสร็จเมื่อปี 1091 ซึ่งวิหารแห่งนี้นับได้ว่าเป็นวิหารที่มีขนาดใหญ่ที่ สุดในพุกาม มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุขเด็จยื่นออกไปทั้ง 4 ด้านซึ่งต่อมาเจดีย์แห่ง นี้เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมพม่าในยุคต้นของพุกาม และสิ่งที่น่าทึ่งของวิหารแห่งนี้ก็คือ ที่ช่องหลังคา เจาะเป็นช่องเล็กๆ ให้แสงสว่างส่องลงมาต้ององค์พระ ให้มีแสงสว่างอย่างน่าอัศจรรย์ จากนั้นพาท่านชม วัดมนุหา (Manuha Temple) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของหมู่บ้านมยินกะบา สร้างเมื่อปี 1059 โดยพระเจ้ามนูหะ กษัตริย์แห่งมอญ เพื่อสั่งสมบุญไว้สำหรับชาติหน้า จึงได้นำอัญมณีบางส่วนไปขายมาสร้างวัดนี้ โครงสร้าง วิหารค่อนข้างแคบ มีพระนอนหนึ่งองค์ กับ พระพุทธรูปอีกสามองค์นั่งเบียดเสียดอยู่ภายใน สะท้อนถึง ความคับแค้นพระทัยของกษัตริย์เชลยพระองค์นี้เป็นอย่างดี |
| 23
เที่ยง |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| 23
บ่าย |
นำท่านแวะชมสิ่งของขึ้นชื่อของพุกามก็คือ เครื่องเขิน (Lacquer Ware) ซึ่งยอมรับกันว่ามีชื่อเสียงที่สุด ในพม่า เช่น ถ้วยน้ำ จานรอง โถใส่ของตั้งแต่ขนาดเล็กถึงใหญ่ หีบใส่ของต่างๆ สิ่งที่กำลังเป็นที่นิยมก็คือ โถใส่ของทำจากขนหางม้าสานกับโครงไม้ไผ่ มีขนาดเบาบางและบีบให้ยุบ แล้วกับไปคืนรูปได้ดังเดิม จากนั้นพาท่านเที่ยว วัดกุบยางกี (Gubyaukkyi Tempel) สร้างโดยพระโอรสของพระเจ้าจันสิทธะ สิ่งที่โดดเด่นคือ ภาพจิตกรรมฝาผนังที่งดงามที่สุดในพุกาม ที่ยังคงเหลืออยู่ จากนั้นเข้าชม วัดติโลมินโล (Htilominlo Temple) สร้างขึ้นเมื่อปี 1211 โดยพระบัญชาของพระเจ้านันต่าว-มยา เป็นพระโอรสใน พระเจ้านรปติสิทธู ซึ่งเกิดกับนางห้ามผู้หนึ่ง และได้เสี่ยงทางเลือกให้เป็นราชทายาท เป็นวัดสูง 46 เมตร ยาว 43 เมตร เท่ากันทั้ง 4ด้านมีพระพุทธรูปประดิษฐ์ฐานอยู่ทั้ง 4 ทิศ ทั้งสองชั้น มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง อันเก่าแก่กับลวดลายปูนปั้น อันประณีตสวยงาม สร้างโดยพระติโลมินโล เมื่อปี พ.ศ.1761 ซึ่งได้รับการ ยกย่องว่ามีความสวยงามมากทั้งภายในและภายนอก นมัสการ เจดีย์สัพพัญญู ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดใน เมืองพุกาม ชมวิหารธรรมยันจี (Dhammayangyt) สร้างโดยพระเจ้านะระตู่ และพระองค์ก็เชื่อว่าเป็นวัด ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองพุกาม สร้างขึ้นเพื่อล้างบาป ด้วยทรงปริวิตกว่าผลกรรมจากการกระทำปิตุฆาตจะ ติดตามพระองค์ไปในชาติภพหน้า ตั้งโดดเด่นยิ่งใหญ่ตระหง่านดังตำนานที่โหดร้ายได้เล่าต่อกันมา ชมเมืองทะเลเจดีย์ที่สวยงาม และหมู่บ้านเก่าแก่เมืองพุกามที่ยังคงวิถีที่วิตที่เรียบง่าย ชม เจดีย์ชเวซานดอว์ ท่านสามารถมองเห็นทุ่งทะเจดีย์ในมุม 360 องศา ได้จากเจดีย์แห่งนี้ ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองมัณฑะเลย์ โดยรถบัสปรับอากาศ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)พักผ่อนบนรถตามอัธยาศัย
|
| 23
ค่ำ |
บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร *นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมหรูหราระดับ 4 ดาว **โรงแรมระดับ 4 ดาวHAZEL MANDALAY HOTEL 4 STAR
|
|
| วันที่
3 มัณฑะเลย์-เที่ยวเมืองมิงกุน-หมู่บ้านมิงกุน-เจดีย์มิงกุน-ล่องแม่น้ำอิระวดี-ระฆังมิงกุน-พระราชวังมัณฑะเลย์- พระราชวังไม้สักชเวนานจอง (เช้า/กลางวัน/เย็น) |
| 23
07.00 น. |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
|
| 23
08.05 น. |
นำท่านสู่ เมืองมิงกุน โดยการล่องเรือไปตามแม่น้ำอิระวดีสู่มิงกุน จากท่าเรือใกล้เจดีย์ชเวไจยัต เขตเมือง อมรปุระ ทวนน้ำไปหมู่บ้านมิงกุน ซึ้งเป็นส่วนหนึ่งของอมรปุระ แต่อยู่บนเกาะกลางลำน้ำอิรวดีและไปได้ ด้วยเส้นทางเรือเท่านั้นทว่ามีอนุสรณ์สถานที่แสดงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าปดุง ระหว่างทางจะได้เห็น หมู่บ้านอิรวดีที่มีลักษณะเป็น “กึ่งบ้านกึ่งแพ” เนื่องจากระดับน้ำอิรวดีในแต่ละฤดูกาลจะมีความแตกต่าง กันมาก โดยเฉพาะฤดูน้ำหลาก ระดับน้ำจะขึ้นสูงกว่าฤดูแล้วกว่า 10 เมตร ชาวพม่าจึงนิยมสร้างบ้านกึ่งแพ คือถ้าน้ำขึ้นสูงก็ร่วมแรงกันยกบ้านขึ้นที่ดอนครั้นน้ำลงมากก็ยกบ้านมาตั้งใกล้น้ำเพื่อความสะดวกสบายใน การใช้แม่น้ำในชีวิตประจำวัน นำท่านชม เจดีย์มิงกุน ร่องรอยแห่งความทะเยอทะยานของพระเจ้าปดุง ด้วยภายหลังทรงเคลื่อนทัพ ไปตียะไข่ แล้วสามารถชะลอพระมหามัยมุนีมาประดิษฐานที่มัณฑะเลย์เป็นผลสำเร็จ จึงทรงฮึกเหิมที่ จะกระทำการใหญ่ขึ้นและยากขึ้น ด้วยการทำสงครามแผ่ขยายไปรอบด้าน พร้อมกับเกณฑ์แรงงานข้า ทาสจำนวนมากก่อสร้างเจดีย์มิงกุนหรือเจดีย์จักรพรรดิเพื่อประดิษฐานพระทันตธาตุที่ได้จากพระเจ้า กรุงจีนโดยทรงมุ่งหวังให้ยิ่งใหญ่เทียบเท่ามหาเจดีย์ในสมัยพุกาม และใหญ่โตโอฬารยิ่งกว่าพระปฐม เจดีย์ในสยาม ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในสุวรรณภูมิ ส่งผลให้ข้าทาสชาวยะไข่หรืออาระ กันจำนวน 50,000 คนหลบหนีการขดขี่แรงงานไปอยู่ในเขตเบงกอล เป็นดินแดนในอาณัติของอังกฤษ แล้วทำการซ่องสุมกำลังเป็นกองโจรลอบโจมตีกองทัพพม่าอยู่เนืองๆโดยพม่ากล่าวหาว่าอังกฤษหนุน หลังกลายเป็นฉนวนให้เกิดสงครามอังกฤษ-พม่าอันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พม่าเสียเมืองในที่สุดอย่างไร ก็ตาม งานก่อสร้างเจดีย์มิงกุนดำเนินไปได้เพียง7 ปี พระเจ้าปดุงเสด็จสวรรคต ภายหลังทรงพ่าย แพ้ไทยในสงครามเก้าทัพ มหาเจดีย์อันยิ่งใหญ่ในพระราชหฤทัยของพระองค์จึงปรากฏเพียงแค่ฐานทว่า ใหญ่โตมหึมาดั่งภูเขาอิฐที่มีความมั่นคงถึง 50 เมตร ซึ่งหากสร้างเสร็จตามแผนจะเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุด และสูงที่สุดในโลก เพราะสูงถึง 152 เมตร ส่วนรอยแตกร้าวตรงกลางฐานเกิดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ในปี ระฆังมิงกุนไม่ไกลจากฐานเจดีย์มิงกุนคือระฆังมิงกุนพระเจ้าปดุงโปรดฯ ให้สร้างโดยสำเร็จ เพื่ออุทิศ ทวายแด่มหาเจดีย์มิงกุน จึงต้องมีขนาดใหญ่คู่ควรกัน คือเป็นระฆังยักษ์ที่มีเส้นรอบวงถึง 10เมตร สูง 3.70 เมตร น้ำหนัก87ตัน เล่าขานกันว่า พระเจ้าปดุงทรงไม่ต้องการให้มีใครสร้างระฆังเลียนแบบจึงรับสั่งให้ ประหารชีวิตนายช่างทันทีที่สร้างเสร็จ ปัจจุบันถือเป็นระฆังยักษ์ที่มีขนาดเล็กกว่าระฆังแห่งหนึ่งแห่ง พระราชวังเครมลินในกรุงมอสโกเพียงใบเดียวทว่าระฆังเครมลินแตกร้าวไปแล้วชาวพม่าจึงภาคภูมิใจว่า ระฆังมิงกุนเป็นระฆังยักษ์ที่ยังคงส่งเสียงก้องกังวานทั้งนี้เคยมีการทดสอบความกว้างใหญ่ของระฆังใบนี้ โดยให้เด็กตัวเล็กๆไปยืนรวมกันอยู่ใต้ระฆังได้ถึง100 คน เจดีย์ชินพิวมิน (เมียะเต็งดาน) ประดิษฐาน อยู่เหนือระฆังมิงกุนไม่ไกล ได้ชื่อว่าเป็นเจดีย์ที่สวยสง่ามากแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2359โดย พระเจ้าบากะยีดอว์ พระราชนัดดาในพระเจ้าปดุง เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่พระองค์มีต่อพระมหา เทวีชินพิวมิน ซึ่งถึงแก่พิราลัยก่อนเวลาอันควร จึงได้รับสมญานามว่า “ทัชมาฮาลแห่งลุ่มอิรวดี” เจดีย์ องค์นี้เป็นพุทธศิลป์ที่สร้างขึ้นด้วยภูมิจักรวาลคือมีองค์เจดีย์สถิตอยู่ตรงกลางณยอดเขาพระสุเมรุอันเชื่อ กันว่าเป็นศูนย์กลางและโลกและจักรวาล ล้อมรอบด้วยขุนเขาและมหาสมุทรตามหลักไตรภูมิ หลังจากนั้น เดินทางกลับมายังมัณฑะเลย์
|
| 23
บ่าย |
นำท่านชมพระราชวังมัณฑะเลย์ (Mandalay Palace) พระราชวังที่ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยไม้สักที่สวยงาม ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพาหรือสงครามโลกครั้งที่ 2 วันที่ 20 มีนาคม 2488 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโดยกองทัพอังกฤษ ได้ทิ้งระเบิดจำนวนมากมายถล่มพระราชวัง มัณฑะเลย์ของพม่าด้วยเหตุผลว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกองทัพญี่ปุ่นพระราชวัง มัณฑะเลย์ซึ่งเป็นพระราชวังไม้สักก็ถูกไฟไหม้เผาราบเป็นหน้ากลองหลงเหลือก็แต่ป้อมปราการและ คูนํ้ารอบพระราชวังที่ยังเป็นของดั่งเดิมอยู่ปัจจุปัน พระราชวังที่เห็นอยู่เป็นพระราชวังที่รัฐบาลพม่าได้ จำลองรูปแบบของพระราชวังของเก่าขึ้นมา
|
| 23
จากนั้น |
นำท่านไป พระราชวังไม้สักชเวนานจอง (Golden Palace Monastry) วังที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง งดงามตามแบบศิลปะพม่าแท้ๆ วิจิตรตระการด้วยลวดลายแกะสลักประณีตอ่อนช้อย ทั้งหลังคาบาน ประตูและหน้าต่าง โดยเน้นรายละเอียดเกี่ยวกับพุทธประวัติและทศชาติของพระพุทธเจ้า สร้างโดย พระเจ้ามินดงในปี พ.ศ. 2400 ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ย้ายราชธานีจากอมรปุระมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ เพื่อเป็นตำหนักยามแปรพระราชฐาน แต่หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ พระเจ้าธีบอ หรือ สีป่อ พระโอรสก็ทรงยกวังนี้ถวายเป็นวัด ถือได้ว่าเป็นงานฝีมือที่ประณีตของช่างหลวงชาวมัณฑะเลย์ อย่างแท้จริง นำท่านชม วัดกุโสดอ (Kuthodaw Pagoda) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ทำการ สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 มีแผ่นศิลาจารึกพระไตรปิฎกทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์ และหนังสือกินเนสบุ๊คได้บันทึกไว้ว่า “หนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก”
|
| 23
ค่ำ |
บริการอาหารค่ำเมนูพิเศษ กุ้งเผา *นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมหรูหราระดับ 4 ดาว **โรงแรมระดับ 4 ดาวHAZEL MANDALAY HOTEL 4 STAR
|
|
| วันที่
4 ร่วมพิธีล้างหน้าพระพักตร์พระมหามัยมุณี-อมรปุระ-สะพานไม้อูเบ็ง-มัณฑะเลย์-กรุงเทพฯ (เช้า/-/-) |
| 23
04.00 น. |
นำท่านนมัสการ พระมหามัยมุนี อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด 1 ใน 5 แห่งของพม่า ถือเป็นต้นแบบ พระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 สูง 12 ฟุต 7 นิ้ว หุ้มด้วยทองคำเปลว หนา 2 นิ้ว ทรงเครื่องประดับทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 ฟุต ในปี พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุงได้ สร้างวัดมหามุนี หรือวัดยะไข่ (วัดอาระกัน หรือวัดพยาจี) เพื่อประดิษฐานพระมหามัยมุนี และในปี พ.ศ.2422 สมัยพระเจ้า สีปอ ก่อน จะเสียเมืองพม่าให้อังกฤษได้เกิดไฟไหม้วัดทองคำ จึงทำให้ ทองคำเปลวที่ปิดพระละลายเก็บเนื้อทองได้นํ้าหนักถึง 700 บาท ต่อมาในปี พ.ศ.2426 ชาวพม่า ได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลีจึงนับ ได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่า โดยรอบ ๆ ระเบียง เจดีย์ยังมีโบราณวัตถุที่นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1 พร้อมทั้ง เชิญทุกท่านร่วมทำบุญ บูรณวัดกุสินารา ซึ่งมีอายุหลายร้อยปี ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ สวยงามมากจากนั้นกลับโรงแรม
|
| 23
07.00 น. |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง อมรปุระ (Amrapura) เมืองแห่งผู้เป็นอมตะซึ่งอยู่ทางตอน ใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นราชธานีเพียง 76 ปี แห่งหนึ่งของพม่าก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่ เมืองมัณฑะเลย์ในปี พ.ศ.2400 จากนั้นนำท่านผ่านชมภูเขาสกายศูนย์กลางแห่ง พระพุทธศาสนาที่สำคัญ ท่านจะได้ชมทัศนียภาพของเมืองสกาย ลุ่มแม่นํ้าอิระวดีเจดีย์ จำนวนมากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่บนภูเขา และริมฝั่งแม่นํ้า ชม สะพานไม้อูเบ็ง(U-Ben) สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลกโดยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ชื่อว่าเสาอู เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง1,208 ต้น ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปีทอดข้าม ทะเลสาบคองตามัน ไปสู่วัดจอกตอจี ซึ่งมีเจดีย์ที่สร้างตามแบบวัดอนันดาแห่งพุกาม
|
| 23
10.30 น. |
นำชม \"วัดมหากันดายงค์\"(Mahagandaryon Monastry) ซึ่งเป็นวัดใหญ่ที่สุดของพม่าที่เมืองอมรปุระ ซึ่งในช่วงเพลจะมีภิกษุสงฆ์นับร้อยรูปเดินเรียงแถวด้วยอาการสำรวมเพื่อรับอาหาร วิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้เป็น สถานที่ศึกษาพระธรรมและรักษาพระธรรมวินัยมากที่สุด ด้วยวัตรปฏิบัติอันงดงามของภิกษุสงฆ์ในวัดมหากันดายงค์ ทำให้มีชาวพม่าจำนวนมากส่งบุตรหลานมาศึกษาพุทธศาสนากันที่นี่
|
| 23
14.15 น. |
ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG 710 ** บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง **
|
| 23
16.40 น. |
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ
|
| 23
|
หมายเหตุ : สำหรับลูกค้าที่เดินทางช่วงวันหยุดปีใหม่ กรุณาเช็คราคาก่อนทำการจองทุกครั้ง เนื่องจากทาง โรงแรมอาจจะมีการจัดงานกาล่าดินเนอร์โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ลูกค้าจะต้องเสียค่าอาหารกาล่า ดินเนอร์ประมาณท่านละ 1,000-1,500 บาทต่อท่าน ขึ้นอยู่กับโรงแรมที่พักในแต่ละที่และแต่ละปี (ทั้งนี้ทาง ผู้จัดจะแจ้งให้ทราบก่อนทำการจองทุกครั้งค่ะเพื่อผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ)
|
|
upload/outbound/71/thumb/ -
-
-
-
-
-
-
-
-
John Doe 27-Jan-2017
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Duis elementum, dolor sit amet.
John Doe 27-Jan-2017
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Duis elementum, dolor sit amet.
John Doe 27-Jan-2017
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Duis elementum, dolor sit amet.