| วันที่
1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ |
| 23
21.30 น. |
สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบินไทย(เคาน์เตอร์ D) พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
|
|
| วันที่
2 มิลาน – ชมเมือง – ปราสาทสฟอร์เชสโก – ดูโอโม่ – เวโรน่า – เวนิส เมสเตร้ |
| 23
00.35 น. |
เหิรฟ้าสู่เมืองมิลาน โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 940
|
| 23
07.10 น. |
เดินทางถึงสนามบินนานาชาติเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองมิลาน เมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณ ที่ราบลอมบาร์ดี นำคณะเดินทางสู่บริเวณสนามฟุตบอลของทีมงูใหญ่ “ อินเตอร์มิลาน ” ให้คณะได้ เลือกซื้อเลือกชมสินค้าของแท้มากมายอาทิเช่น ผ้าพันคอ ,หมวก ,เสื้อฟุตบอล ,ลูกฟุตบอล ,แก้วน้ำ , มาสคอตของทีม ฯลฯ ซึ่งเป็นสินค้าของแท้จากสโมสรอินเตอร์มิลานไว้เป็นที่ระลึก ชม“ ปราสาทสฟอร์เซสโก้ ” ปราสาทสวยงามหลังนี้ได้เคยเป็นป้อมปราการของพวกตระกูลวิสคอนติ ต่อมาเป็นที่พำนักของผู้นำเผด็จการในช่วงศตวรรษที่ 15 คือ ตระกูลสฟอร์ซา มีเวลาให้ท่านได้ถ่ายภาพ กับมุมสวยๆ ของน้ำพุที่โพยพุ่งบริเวณด้านหน้าปราสาทสฟอร์เซสโก้ นำท่านชม “มหาวิหารแห่งมิลาน หรือดูโอโม” สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมือง อันมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาว ในศิลปะแบบโกธิค ใช้เวลาสร้างนานกว่า 500 ปี ปัจจุบันเป็น “โบสถ์แคธอลิกที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก” ลานด้านหน้าเป็นที่ตั้งของพระราชานุสาวรีย์พระเจ้าวิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2 ทรงม้า รายล้อมด้วยอาคาร ที่เก่าแก่คลาสสิคและช้อปปิ้งมอลล์ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีเวลาให้ท่านได้เลือกหาซื้อสินค้า ชื่อดังมากมายที่ “ แกลเลอเรีย วิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่2 ” ที่ใช้เวลาก่อสร้างถึง 12 ปีเป็นอาคารหลังคา กระจกโครงเหล็กพื้นโมเสกลวดลายงดงามมาก ภายในประกอบด้วยร้านค้าสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง เช่น Prada, Louis Viton, Gucci, Bally, Amani, Moschino , Versace ฯลฯ ให้ท่านได้ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย บนถนนมองท์ นโปลียอง และถนนวิคเตอร์เอมมานูเอล หรือนั่งจิบกาแฟชมบรรยากาศ
|
| 23
เที่ยง |
บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| 23
บ่าย |
สมควรแก่เวลาเดินทางสู่ “เมืองเวโรน่า” นำท่านเข้าชมย่านเมืองเก่าเวโรน่า ชม “จัตุรัสเออร์เบ” ที่รายล้อมไปด้วยคฤหาสน์ วังเก่าของตระกูลที่เคยปกครองเวโรน่า ระหว่างทางผ่านชมความยิ่งใหญ่ ภายนอกของ “โรมัน อารีน่า” สนามกีฬากลางแจ้งแบบโบราณในสมัยโรมัน ชม “อดีตบ้านของจูเลียต” ชมระเบียงหินอ่อนเล็กๆที่จูเลียตเคยยืนอยู่โดยมีโรมิโอมาคอยเฝ้าขอความรักอยู่ด้านล่างตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 27 ถนนแคปเปลโล (Cappello) ในเมืองเวโรนา(Verona) บริเวณบ้านมีรูปปั้นจูเลียตที่เป็น บรอนซ์ปั้นโดย N.Costantini ว่ากันว่าใครอยากสมหวังในเรื่องความรักก็ให้ไปจับที่หน้าอกของจูเลียต นอกจากนี้ภายในบริเวณกำแพงบ้านจูเลียตยังมีการเขียนแสดงความรักกันมากมายจนแทบไม่เห็น สีกำแพงเดิม และยังมีบริการโทรศัพท์สำหรับคนที่ไม่ได้มากับคนรักให้ได้เซย์ฮัลโหลหากันว่าโทรมา จากบ้านจูเลียตแห่งนี้ นำคณะเดินทางขึ้นสู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลีไปยัง “ เมืองเวนิส เมสเตร้ ” ราชินีแห่งทะเลเอเดียตริก เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต
|
| 23
ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร นำคณะเดินทางเข้าสู่ที่พัก พักที่ : NH LAGUNA VENICE HOTEL / DELFINO HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
|
|
| วันที่
3 เวนิส – สะพานถอนลมหายใจ – จัตุรัสซานมาโค – ล่องเรือกอนโดล่า – ลา สเปเซีย |
| 23
เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำคณะเดินทางเข้าสู่ท่าเรือตรอนเชโต้ จากนั้นลงเรือเข้าสู่ “ เมืองเวนิส ” เมืองอันแสนโรแมนติก ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของคู่รักจากทั่วโลก เมืองเวนิสได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก (Queen of the Adriatic), เมืองแห่งสายน้ำ (City of Water), เมืองแห่งสะพาน (City of Bridges), และ เมืองแห่งแสงสว่าง (The City of Light) เรือนำท่านเดินทางเข้าสู่“เกาะซานมาร์โค ” ศูนย์กลางของ เมืองเวนิส พร้อมนำคณะเดินทางเข้าสู่บริเวณ “จตุรัสซานมาโค” ระหว่างการเดินทางชม อนุสาวรีย์ ของพระเจ้าวิคเตอร์เอมานูเอลที่ 2 ถ่ายภาพคู่กับ“ สะพานถอนหายใจ ” สะพานแห่งสัญลักษณ์ที่ เชื่อมต่อกับพระราชวังดอร์จ ชมความสวยงามของ“พระราชวังดอร์จ” (ภายนอก) อันเป็นที่ประทับ ของเจ้าเมืองเวนิสในยุคที่ยังเป็นรัฐอิสระอีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการปกครองแคว้นในยุคสมัยนั้น ชม“โบสถ์เซนต์มาร์ค” ซึ่งเป็นโบสถ์แบบไบเซ็นไทน์ที่ “ใหญ่ที่สุด” ในยุโรปตะวันตก อิสระเลือกช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังนานาชนิด อาทิ Gucci ,Louis Vuitton ,Prada ,Bally ,Chanel หรือ“ เครื่องแก้วมูราโน่ ” สินค้าพื้นเมืองอันเลื่องชื่อ อิสระให้ท่านเดินเที่ยวชมงานก่อสร้างที่แสดงให้ เห็นถึงความเป็นอัจฉริยะด้านสถาปัตยกรรมที่“สะพานเรียลอัลโต้”
|
| 23
เที่ยง |
อิสระอาหารมื้อกลางวันเพื่อความสะดวกในการเที่ยวชมเมือง
|
| 23
บ่าย |
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “เมืองลา สเปเซีย” (LA SPEZIA) เมืองในเขตลิกูเรีย ทางตอนเหนือของอิตาลี อยู่ระหว่างเมืองเจนัวและปิซ่า บนทะเลลิกูเรียและเป็นหนึ่งในอ่าวที่มีความสำคัญทางด้านการค้า และการทหาร เดินทางถึง เมือง ลา สเปเซีย นำท่านเข้าสู่ตัวเมือง
|
| 23
ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำคณะเดินทางเข้าสู่ที่พัก พักที่ : NH LA SPEZIA HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
|
|
| วันที่
4 ชิงเกว่ แตร์เร – นั่งรถไฟชมเมือง - ลงเรือสู่พอร์โตฟิโน – เมืองปิซ่า |
| 23
เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำท่าน นั่งรถไฟสู่ ชิงเกว่ แตร์เร (CINQUE TERRE) หมู่บ้านเล็กๆ ทั้งห้า ที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งริเวียร่าของ อิตาลี CINQUE TERRE มีความหมายว่า“ห้าดินแดน” (FIVE LANDS)ประกอบด้วยหมู่บ้าน 5 แห่งได้แก่ MONTEROSSOALMARE,VERNAZZA,ORNIGLIA, MANAROLA และ RIOMAGGIORE โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้ มีหุบเขาล้อมรอบ ประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฯ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จากองค์การยูเนสโก้อีกด้วย จากนั้นนำท่าน ชมความงามของหมู่บ้าน โดยเฉพาะ หมู่บ้านริโอแมกจิโอเร (RIOMAGGIORE) เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ และมีบรรยากาศเหมือนเมืองตุ๊กตา บ้านเรือนที่ตั้งลดหลั่น กันบนหน้าผาที่ปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจีตัดกับน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีเทอร์ควอยซ์ ทำให้กลายเป็น สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย อิสระให้ท่านชมความงดงาม และถ่ายภาพตามอัธยาศัย นำท่านออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่ “เมืองเซนต์ มาการิตา”
|
| 23
เที่ยง |
อิสระอาหารมื้อกลางวันเพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยว
|
| 23
บ่าย |
นำท่านลงเรือเฟอร์รี่สู่เมืองพอร์โตฟิโน (นั่งเรือประมาณ 20 นาที) เดินทางถึงเมืองพอร์โตฟิโน นำท่านเดินเล่นเที่ยวชมเมืองโดยรอบ พอร์โตฟิโนเป็นเมืองท่าแห่งชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ซึ่งตั้งอยู่ในเขตจังหวัดของเจนัว ที่ถูกล้อมรอบด้วยท่าเรือเล็กๆ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “สวรรค์แห่งเมืองท่า” สาหรับนักท่องเที่ยวก็ว่าได้ เมืองเล็กๆ ที่แสนน่ารัก ภายในตัวเมืองประกอบไปด้วยด้วยบ้านเรือนหลากสีสัน ซึ่งตั้งเบียดเสียดกันไป ตามเชิงเขาเขียวชอุ่ม โอบล้อมอ่าวที่มี เรือยอร์ช (Yacht) จอดเต็มไปหมด เก็บภาพโบสถ์ เซนต์มาร์ติน (St. Martin) ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยตัวโบสถ์นั้นมีขนาดที่ไม่ใหญ่โต แต่ก็มีความสวยงามมากพอสมควร ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางกลับ จากนั้น นำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่า (Pisa) |
| 23
ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำคณะเดินทางเข้าสู่ที่พัก พักที่ : GALILEI HOTEL PISA หรือที่พักระดับใกล้เคียง
|
|
| วันที่
5 ปิซ่า – หอเอนปิซ่า (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก) – ฟลอเรนซ์ – เซียน่า |
| 23
เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำท่าน ออกเดินทางสู่เมืองปิซ่า เปลี่ยนเป็นรถ SHUTTER BUS เข้าชมความมหัศจรรย์ของ “หอเอนแห่งเมืองปีซ่า” 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ถูกสร้างด้วยหินอ่อน สูง 181 ฟุต มี 8 ชั้น โดยเริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1174 แล้วเสร็จเมื่อ ค.ศ.1350 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 176 ปี พร้อม ชมความสวยงามของ“หอสวดมนต์ที่สร้างในสไตล์โรมันเนสก์ ” จัตุรัสดูโอโมแห่งปิซาได้รับเลือก โดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ. 1987 เมืองแห่งนี้ยังเป็นบ้านเกิด ของนักวิทยาศาสตร์ และนักดาราศาสตร์เอกของโลก “กาลิเลโอ” ซึ่งเขาได้พิสูจน์กฎการณ์ ดึงดูดของโลกโดยปล่อยวัตถุให้ตกมาจากที่สูงเขาสังเกตพบว่า ไม่ว่าวัตถุหนักหรือเบา ต่างตกถึงพื้นดินพร้อมกัน และให้ชาวโลกรู้ โดยทำการทดลองปล่อยลูกบอลจากหอเอนปิซ่าแห่งนี้ และเขายังเป็นคนแรกที่ใช้กล้องโทรทัศน์(TELESCOPE) ส่องดูดาวเมื่อประมาณ 400 ปีก่อน และได้ประกาศสิ่งที่ค้นพบซึ่งท้าทายความเชื่อของคนในสมัยนั้นซึ่งเชื่อกันว่าโลกเป็นศูนย์กลาง ของสุริยะจักรวาลแต่กาลิเลโอยืนยันว่าดวงอาทิตย์ต่างหากเป็นศูนย์กลางของสุริยะจักรวาล จนทำให้เขาถูกจับคุม ขังในที่สุด จากนั้นเดินทางเข้าสู่เมืองฟลอเรนซ์ ชม “เมืองฟลอเรนซ์” Florence เมืองที่ได้รับฉายาว่า“เมืองที่มีความงามเป็นอมตะ ”เป็นเมืองต้นแบบของศิลปะแบบ เรอเนสซองส์ ซึ่งเป็นเมืองที่มีความเจริญสูงสุดในช่วงศตวรรษที่ 13-16 ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และศิลปะวัฒนธรรมเป็นนครโบราณอันยิ่งใหญ่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมั่งคั่งและร่ำรวยกว่ากรุงโรม เป็นถิ่นกำเนิดของศิลปินระดับโลก 2 ท่าน คือ“ ลีโอนาโด ดาวินชี และ ไมเคิลแองเจลโล ”
|
| 23
เที่ยง |
บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| 23
บ่าย |
เดินเที่ยวชมเขตเมืองเก่า ชม“จัตุรัสเพียซซ่าซินยอเรตตา” ชมสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของเมือง ที่ “มหาวิหารซานตามาเรีย เดลฟิออเร” เป็นวิหารที่มียอดโดมขนาดใหญ่สัญลักษณ์แห่งเมืองฟลอเรนซ์ จากนั้นออกเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองชม “โบสถ์ซันตาโคเช่” โบสถ์ขนาดใหญ่ซึ่งใช้เป็นสถานที่ ฝังศพของศิลปินชื่อก้องโลก “ไมเคิลแองเจลโล และ กาลิเลโอ” และศิลปินชื่อดังของเมือง จากนั้นนำท่านข้ามแม่น้ำอาร์โนเดินทางเข้าสู่ “จตุรัสไมเคิลแองเจลโล” บนเนินสูงชมรูปหล่อสัมฤทธิ์ จำลอง“เดวิด” David ที่โด่งดังในตำนานเป็นผลงานชิ้นเอกของไมเคิลแองเจลโล และบริเวณจัตุรัส แห่งนี้ท่านสามารถจะบันทึกภาพวิวทิวทัศน์ที่งามที่สุดของกรุงฟลอเรนซ์พร้อมชมประติมากรรมที่ สวยงามของ “สะพานเวคคิโอ” สะพานเก่าแก่แห่งแรกที่ข้าม “แม่น้ำอาร์โน” สัญลักษณ์ของ เมืองฟลอเรนซ์ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองเซียน่า
|
| 23
ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร พักที่ : NH Seina Hotel หรือที่พักระดับใกล้เคียง
|
|
| วันที่
6 เซียน่า – ชมเมือง – ทิโวรี – เนเปิ้ล |
| 23
เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำท่านชมเมืองเซียน่า “Siena” เมืองดังแห่งยุคกลางของอิตาลีและเป็นเมืองที่มีศิลปะโกธิค ตลอดทั้งใจกลางเมืองเก่าของเซียนาได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.1995 เชิญเยี่ยม จตุรัสเปียซซ่า เดล คัมโป Piazza del Campo ซึ่งได้รับ ยกย่องว่าเป็นมรดกโลกและเคยเป็นบ้านของาลิโอนักแข่งม้าที่มีชื่อกระฉ่อนที่สุดในโลก จตุรัสเปียซซ่า เดล คัมโป ที่ได้ชื่อว่าสวยแปลกตาเพราะมีรูปทรงเป็นรูปพัด ลาดเอียงแบบขั้นบันได ตั้งอยู่ด้านหน้าศาลาว่าการเมืองเซียน่า เดินเล่นชมเมือง บ้านเรือนต่างๆ ถึงแม้ดูเก่าแก่ แต่ยังคงถูกใช้งานเป็นที่อยู่อาศัยและร้านค้า มีศาลากลางจังหวัดสไตล์โกธิค น้ำพุเกีย โบสถ์พระแม่นิรมล ที่นี่มีเทศกาลพาลิโอแสดงในชุดพื้นเมืองทุกปีมีชื่อเสียงมาก จากนั้นนำคณะออกเดินทางสู่เมืองเนเปิ้ล นำท่านออกเดินทางสู่เมืองทิโวรี่ ดินแดนที่เป็นส่วนหนึ่งของแคว้นลาซิโอ (Lazio)
|
| 23
เที่ยง |
บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| 23
บ่าย |
ตัวเมืองทิโวรี่ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง เหนือแม่น้ำอาเนียน (Aniene) ชมเนินเขา TIBURTINE ท่านจะได้พบว่า ทิวทัศน์สวยงามสุดลูกหูลูกตาจะเปิดต้อนรับปลุกประสาทสัมผัสทุกอย่างให้สดชื่น มีชีวิตชีวา โดยเฉพาะ เหล่าวิลล่าพักร้อนของชนชั้นสูงในสมัยก่อนเพื่อสัมผัสกับความโรแมนติกจับใจ นำท่านเดินทางต่องสู่ เมืองเนเปิ้ล เมืองใหญ่แห่งแดนใต้
|
| 23
ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร นำคณะเดินทางเข้าสู่ที่พัก พักที่ : Holiday Inn hotel NAPLES หรือที่พักระดับใกล้เคียง
|
|
| วันที่
7 เนเปิ้ล – เกาะคาปรี – ล่องเรือ (ถ้ำบลูก๊อตโต้) – ซอร์เรนโต้ |
| 23
เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำท่านเดินทางออกจากสู่เกาะคาปรี(CAPRI) โดยเรือเจ๊ตฟรอย / นำท่าน ล่องเรือ ชมทิวทัศน์ อันสวยงามของเกาะคาปรี ท่ามกลางท้องฟ้าสีคราม น้ำทะเลสีน้ำเงินเข้ม Blue Grotto view in Malta island นำท่านชมความงามของถ้ำบลูกรอตโต้(BLUE GROTTO) ถ้ำนี้ถูกค้นพบเมื่อปี 1826 มีขนาดกว้าง 45 เมตรและยาว 54 เมตร สูง 15 เมตร ทางเข้าถ้ำสูงจากระดับน้ำทะเลเพียงเมตรเศษๆ (โปรแกรมขึ้น อยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศ) ถึง เกาะคาปรี สถานที่ตากอากาศของชนชั้นสูงมา ตั้งแต่สมัยโรมันเรืองอำนาจ และยังคงไว้ซึ่งมนตเสน่ห์แห่งความงามมาจนถึงทุกวันนี้ สิ่งสะท้อน ความงดงามของเกาะคาปรี คือว่าบรรดากวีและนักเขียนชื่อดังต่างก็บอกในงานเขียนเป็นเสียงเดียวกัน ว่า “ที่คาปรีสวรรค์อยู่ใกล้ๆ เพียงแค่ปรายตามอง”
|
| 23
เที่ยง |
บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| 23
บ่าย |
ชื่นชมกับบรรยากาศที่ทำให้คาปรีมีเสน่ห์เป็นที่หลงใหลของนักท่องเที่ยว อดีตเคยเป็นที่ประทับ ตากอากาศของจักรพรรดิแห่งอาณาจักรโรมัน ที่โปรดให้เป็นวิมานฉิมพลีริมฝั่งทะเล ชมทิวทัศน์ อันงดงามของ ยอดเขาอนาคาปรี ชมบ้านเรือนและบ้านพักตากอากาศแบบเมดิเ ตอร์เรเนียน ได้เวลาสมควร นำคณะลงเรือกลับสู่เมืองซอร์เรนโต้ (SORRENTO) นำท่านชมเมืองซอร์เรนโต้ เมืองสวยริมชายฝั่งทะเลที่มาของเพลง “คัมแบค ทู ซอร์เรนโต้” และเป็นบ้านเกิดของ เอนริโก คารูโซ (ENRICO CARUSO) นักร้องโอเปราชื่อดัง เป็นเมืองในฝันที่งดงามล้ำเลิศ เมืองที่มีทัศนียภาพ สวยงาม โดยเฉพาะเวลาตอนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า เดินทางถึง เมืองซอร์เรนโต้
|
| 23
ค่ำ |
บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร พักที่ : HOLIDAY INN HOTEL NAPLES หรือที่พักระดับใกล้เคียง
|
|
| วันที่
8 เนเปิ้ล – เมืองโบราณปอมเปอี – โรม – ช้อปปิ้งOUTLET |
| 23
เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก เดินทางเข้าสู่ “ เมืองปอมเปอี ” นำชมเมืองโบราณ 2,000 ปี ที่ถูกทำลายโดยลาวาของภูเขาไฟ วิโซเวียส ซึ่งภูเขาไฟลูกนี้ระเบิดเอาดินโคลนเถ้าถ่าน และหินละลายทับถมจมลงไปในดินในชั่วเวลาไม่กี่นาทีเมื่อ พ.ศ.662 ประชาชนนับหมื่นต้องถูกฝังทั้งเป็นตายด้วยความทุกข์ทรมาน โดยไม่มีโอกาสหนีรอด ออกมา ได้เลย และปอมเปอี ก็ถูกลืมไปจากความทรงจำของชาวโลกต่อมาได้มีการฟื้นฟูศึกษาประวัติศาสตร์ โบราณชื่อปอมเปอีจึงถูกค้นพบแต่ไม่มีใครทราบว่าอยู่ที่ไหน จนกระทั่ง พ.ศ.2291 ได้พบร่องรอยของ ซากเมือง เมื่อรื้อดินที่ทับถมออกมาหมดแล้วก็พบซากเมืองที่ใหญ่โต และสร้างด้วยหินอย่างแข็งแรง บางแห่งพบ “ ซากชาวปอมเปเอียน และสัตว์เลี้ยงของเขาที่ตายกลายเป็นหินยังคงสภาพเดิมทุกประการ ” แต่ทว่าภาพนั้นจะเห็นลักษณะของความหวาดกลัวต่อความตายได้เป็นอย่างดีบางคนนั่งเอามือปิดหน้าตาย บางคนนั่งซบกับกำแพงบ้านตายก็มี ปอมเปอีจึงได้ชื่อว่า “ ซากเมืองแห่งความตาย ”
|
| 23
เที่ยง |
บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| 23
บ่าย |
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ OUTLET ROMA ศูนย์เอาท์เล็ทที่ใหญ่และมีสินค้าหลากหลายที่สุด มีเวลาให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม อาทิ Burberry, Calvin Klein, D&G, DKNY, Bally Mulberry, Paul Smith, POLO ฯลฯ ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่โรม / นำคณะเดินทางเข้าสู่ที่พัก
|
| 23
ค่ำ |
อิสระอาหารมื้อค่ำเพื่อความสะดวกในการช้อปปิ้ง พักที่ : IH HOTELS ROMA Z3 หรือที่พักระดับใกล้เคียง
|
|
| วันที่
9 โรม – นครรัฐวาติกัน – เข้าชมโคลอสเซียม – บันไดสเปน |
| 23
เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำท่านเดินทางเข้าสู่ นครรัฐวาติกัน “ประเทศเอกราช” หรือ “รัฐอิสระที่เล็กที่สุดในโลก” มีเนื้อที่ประมาณ 250 ไร่ เป็นที่ประทับของ พระสันตะปาปา ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดแห่งศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก นำคณะเข้าชมภายในของ“ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ” (St.Peter's Basilica) ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในนครรัฐวาติกัน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์ของพระศาสนจักร โรมันคาทอลิกที่มีขนาด “ ใหญ่ที่สุดในโลก ” ได้รับการออกแบบโดย “ ไมเคิลแองเจลโล ” ภายในมหาวิหารประดับประดาไปด้วยงานศิลปะชิ้นเอกมากมาย อาทิ “ ปิเอต้า ” (The Pieta) รูปแกะสลักหินอ่อนแม่พระมารีอุ้มพระศพของพระเยซูเจ้าไว้บนตัก ผลงานของไมเคิล แองเจโล ได้แกะสลักหินอ่อนงานชิ้นนี้เมื่อเขาอายุ 25 ปี และยังเป็นงานชิ้นเดียว ที่ไมเคิลแองเจลโล แกะสลักชื่อตัวเอง..
|
| 23
เที่ยง |
บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| 23
บ่าย |
นำคณะเข้าชมภายใน สนามกีฬาโคลอสเซียม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่เกิดขึ้นมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ แห่งอำนาจของ “ เวสปาเรียน ” (Vespasian) เริ่มสร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 72 ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างโดยนักโทษ ชาวยิว 12,000 คน เพียง 8 ปีเท่านั้น แล้วเสร็จปี ค.ศ. 80 ในสมัยของ Titus บุตรชายของจักรพรรดิ เวสปาเรียน โดยโคลอสเซียมแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกของชาวโรมันโบราณ เด่นในแง่ สถาปัตยกรรมและความยิ่งใหญ่ที่สามารถจุคนได้ถึง 50,000 คน ผ่านชมจัตุรัสเวเนเซีย ( Piazza Venezia) จัตุรัสที่ยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงโรม ผ่านชมระเบียงปาลาสโซ สถานที่ใช้กล่าวสุนทรพจน์ของมุสโสลินี ในโอกาศต่างๆ “อนุสาวรีย์พระเจ้าวิคเตอร์เอ็มมานูเอล ที่2” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพระบิดาของชาวอิตาเลียน “ประตูชัยคอนสแตนติน”สัญลักษณ์แห่งชัยชนะและที่มาของถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม จากนั้นชมร่องรอยของศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ “โรมันฟอรั่ม” นำคณะชมความสวยงาม ของ “น้ำพุเทรวี่” น้ำพุเทรวี่นี้ถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่สร้างความประทับให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ส่วนกลางของน้ำพุนั้นมีรูปปั้นของเทพเจ้าเนปจูนขี่รถม้าติดปีกแสดงถึงความมีสุขภาพที่แข็งแรง และความอุดมสมบูรณ์ของอาณาจักร จากนั้นนำคณะเดินเข้าสู่เขตเมืองเก่าเพื่อเข้าชมความมหัศจรรย์ ของ“วิหารแพนธีออน” สถาปัตยกรรมจากยุคโรมันที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศอิตาลี มีอายุเก่าแก่ ประมาณ 2,000 กว่าปี วิหารแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 27 ปีก่อนคริสตกาล จุดเด่นที่น่าสนใจของ วิหารแพนธีออน คือ การออกแบบ“ โดม ” ด้านบนของอาคารทำได้อย่างน่าอัศจรรย์ เข้าสู่ “ ย่านบันไดสเปน ” สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของกรุงโรม ซึ่งบริเวณนี้เต็มไปด้วย สถาปัตยกรรมโรมันที่สวยงามและร้านขายของที่ระลึกแบรนด์เนมชื่อดังนานาชนิด มีเวลาให้ท่านได้เดินเที่ยวชมเมือง หรือช้อปปิ้งสินค้าตามอัธยาศัย
|
| 23
ค่ำ |
อิสระอาหารค่ำเพื่อความสะดวกในการช้อปปิ้ง พักที่ : IH HOTELS ROMA Z3 หรือที่พักระดับใกล้เคียง
|
|
| วันที่
10 โรม – สนามบิน |
| 23
เช้า |
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก สมควรแก่เวลานำท่าน เดินทางสู่สนามฟิอูมิชิโน เพื่อให้ท่านได้มีเวลาทำ TAX REFUND คืนภาษีก่อนการ เช็คอิน อาหารกลางวันอิสระตามอัธยาศัย
|
| 23
13.30 น. |
ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 944
|
|
| วันที่
11 กรุงเทพฯ |
| 23
06.50 น. |
เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
|
| 23
หมายเหตุ |
โปรแกรมการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาพ ลม ,ฟ้า , อากาศ, การล่าช้าอันเนื่องมาจากสายการบิน และสถานการณ์ในต่างประเทศที่ทางคณะเดินทางในขณะนั้น เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง โดย เวิลด์ คอนเน็คชั่นส์ ได้มอบหมายให้ หัวหน้าทัวร์ผู้นำทัวร์ มีอำนาจตัดสินใจ ณ ขณะนั้นทั้งนี้การตัดสินใจ จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของหมู่คณะเป็นสำคัญ
|
|