P. TURKEY BI 1901 : มหัศจรรย์ 3 มหานคร .. Turkey & Russia

ประเทศ: ตุรกี
ระยะเวลา: 8 วัน 5 คืน
สายการบิน: Turkish Airlines
ขึ้นเครื่อง: สนามบินสุวรรณภูมิ
รวมมื้ออาหาร: 16 มื้อ
ระดับโรงแรม: 3 ดาว
ราคาเริ่มต้น : 58,900 บาท

Contact form

ไฮไลท์สำคัญ

yes บลูมอสก์” (Blue Mosque) สุเหร่าสีน้ำเงิน



yes วิหารเซนต์โซเฟียได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 7 ของสิ่งมหัศจรรย์ของโลก



yes อุโมงค์เก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน จัตุรัสสุลต่าน อาห์เหม็ด ฮายาโซเฟีย  



yes ชมพระราชวังทอปกาปึ หอส่งสัญญาณโทรทัศน์ Ostankino



yes พิเศษ!! รับประทานมื้ออาหารสุดหรู ณ Ostankino Tower



yes สถานีรถไฟใต้ดินกรุงมอสโคว์ ยอดเขาสแปร์โรว์ฮิลส์Sparrow Hills 



yes พระราชวังเครมลิน พิพิธภัณฑ์อาร์เมอร์รี่แชมเบอร์ ชมระฆังพระเจ้าซาร์



yes มหาวิหารเซนต์เดอะซาเวียร์  จัตุรัสแดง มหาวิหารเซนต์ บาซิล มหาวิหารเซนต์ไอแซค



yes พระราชวังฤดูหนาว โบสถ์หยดเลือด มหาวิหารคาซาน ป้อมปีเตอร์ และปอลด์



yes พระราชวังแคทเธอรีน OutletPulkovo Village พระราชวังฤดูร้อน



yes พิเศษ!! ละครสัตว์ Circus Show นั่งรถไฟความเร็วสูง Sapsan Fast Train



yes พิเศษ!! เมนูวอสก้า + ไข่ปลาคาเวียร์



yes พิเศษ!! ล่องเรือแม่น้ำเนวา NEVA RIVER CRIUSE


โปรแกรมการเดินทาง

วันที่ 1 กรุงเทพ • ตุรกี • อิสตันบูล

เที่ยวบินที่ TK65

18.30 น.

พร้อมกันที่สนามบินสุววรณภูมิ เคาท์เตอร์สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์เคาท์เตอร์ U ประตู 9 Turkish Airlines (TK)โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน

21.45 น.

ออกเดินทาง (บินตรง)สู่ประเทศตุรกี เมืองอิสตันบูลโดยเที่ยวบินที่ TK65
** ใช้เวลาในการเดินทาง 9 ชั่วโมง+ **

เที่ยวบินที่ TK69

20.00 น.

พร้อมกันที่สนามบินสุววรณภูมิ เคาท์เตอร์สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์เคาท์เตอร์ U ประตู 9 Turkish Airlines (TK)โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน

23.00 น.

ออกเดินทาง (บินตรง)สู่ประเทศตุรกี เมืองอิสตันบูลโดยเที่ยวบินที่ TK69

วันที่ 2 สนามบินอิสตันบูล • บลูมอสก์ Blue Mosque • อุโมงค์เก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน • จัตุรัสสุลต่านอาเหม็ด • ฮิปโปโดรม • ฮายาโซเฟีย • พระราชวังทอปกาปึ • สไปซ์มาร์เก็ต
04.10/05.20 น.

เดินทางถึง ท่าอากาศยานอิสตันบูล อาตาตูร์ก ประเทศตุรกี ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้วพบการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่ (เวลาท้องถิ่นที่ตุรกีช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง)

ออกเดินสู่

เมืองอิสตันบูลเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกี ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอานาโตเลีย)

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

จากนั้น

ชมสัญลักษณ์ของเมืองนครอิสตันบูล “บลูมอสก์” (Blue Mosque) สุเหร่าสีน้ำเงิน สถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อเดินทางมาเยือนเมืองอิสตันบูล มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าสุเหร่าสุลต่านอาห์เมตที่ 1 (Sultan ahmet I) เป็นสุเหร่าที่มีแรงบันดาลใจมาจากการสร้างที่ต้องการเอาชนะและต้องการให้มีขนาดใหญ่กว่าวิหารเซนต์โซเฟียในสมัยนั้น ซึ่ง วิหารเซนต์โซเฟียได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 7 ของสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง สุเหร่าแห่งนี้ประดับด้วยกระเบื้องอัซนิค บนกำแพงชั้นในที่มีสีฟ้าสดใสลายดอกไม้ต่างๆ เช่น กุหลาบ ทิวลิปคาเนชั่น ฯลฯ โดยหันหน้าเข้าวิหารเซนต์โซเฟียเพื่อประชันความงามกันคนละฝั่ง ถ้ามองจากด้านนอกวิหารจะมองเห็นหอสวดมนต์ 6หอ ซึ่งปกติมัสยิดจะมีหอสวดมนต์เพียง 1 หรือ 2 หอ แต่มัสยิดแห่งนี้มี หอมินาเร็ตทั้ง 6หอ ตกแต่งด้วยหน้าต่าง 260 บาน สลับด้วยกระจกสีอันน่าวิจิตร มีพื้นที่ให้ละหมาด
กว้างขว้าง มีขนาดใหญ่ ภายในประกอบด้วย โรงเรียนสอนศาสนา โรงพยาบาล ที่พักสำหรับขบวนคาราวาน โรงครัวต้มน้ำ ปัจจุบันเปิดให้เข้าไปทำละหมาด 24 ชั่วโมง

จากนั้น

ชมอุโมงค์เก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน(Basilica Cistern) อุโมงค์เก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครอิสตันบูล สามารถเก็บน้ำได้มากถึง 88,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 ภายในอุโมงค์มีเสากรีกต้นสูงใหญ่ตั้งแต่ค้ำเรียงรายเป็นแถวถึง 336 ต้น ใช้เก็บน้ำเอาไว้อุปโภคบริโภคภายในวัง โดยลำเลียงน้ำมาจากทะเลดำ ปัจจุบันไม่ได้ใช้งานเเล้ว เป็นเพียงที่ท่องเที่ยวอย่างเดียวเท่านั้น

จากนั้น

ชม จัตุรัสสุลต่าน อาห์เหม็ด (Sultanahmed Complex)หรือที่มีชื่อเรียกมาแต่โบราณว่า ฮิปโปโดรม (Hippodrome) ซึ่งย่านแห่งนี้แต่เดิมเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองในยุคไบแซนไทน์และใช้เป็นลานกว้างสำหรับแข่งกีฬาขับรถม้า แต่ในปัจจุบันเหลือเพียงร่องรอยจากอดีตที่มีแค่ลานและเสาโบราณอีก 3 ต้น คือ เสาโอเบลิสก์แห่งกษัตริย์เธโอโดเชียส (Theodosius Obelisk) เป็นเสาทรงสี่เหลี่ยมฐานกว้างแล้วค่อย ๆ เรียวยาวขึ้นไปเป็นยอดแหลมส่วนเสาโบราณต้นที่ 2 เรียกกันทั่วไปว่า เสางู (Bronze Serpentine Column) เป็นเสาบรอนซ์ที่แกะลวดลายเป็นรูปงู 3 ตัวพันเกี่ยวกันไปมาได้รับการยอมรับว่าเป็นเสาแบบกรีกที่เก่าแก่ที่สุดที่มีเหลืออยู่ในอิสตันบูล และเสาต้นที่ 3 มีชื่อว่า เสาคอนสแตนติน (Column of Constantine) สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1483 แต่เดิมเป็นเสาบรอนซ์ แต่ในช่วงสงครามครูเสดได้ถูกศัตรหลอมเอาบรอนซ์ออกไปจนเหลือเพียงแค่เสาปูนเท่านั้น

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชม

ฮายาโซเฟีย (Hagia Sophia) เดิมเคยเป็นโบสถ์ของคริสต์ศาสนา ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่า ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ ตั้งอยู่ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งและมักถูกจัดให้อยู่ในรายการสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางฮายาโซฟีอาเคยเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมานานเกือบพันปี จนกระทั่งอาสนวิหารเซบียาสร้างเสร็จในปี 1520สิ่งก่อสร้างที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันถูกสร้างให้เป็นโบสถ์ในระหว่างปี ค.ศ. 532-537 โดยจักรพรรดิจัสติเนียนแห่งจักรวรรดิไบแซนไทน์ และเป็นโบสถ์หลังที่สามถูกสร้างขึ้นในสถานที่เดียวกันนี้ (โบสถ์สองหลังแรกถูกทำลายในระหว่างการจลาจล) โบสถ์นี้เป็นศูนย์กลางของนิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์เป็นเวลาเกือบ 1,000 ปีในปี 1453 หลังจากที่จักรวรรดิออตโตมันพิชิตจักรวรรดิไบแซนไทน์ สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 จึงดัดแปลงโบสถ์ให้กลายเป็นสุเหร่า เช่นย้ายระฆัง แท่นบูชา รูปปั้นต่าง ๆ ออก และสร้างสัญลักษณ์ทางอิสลาม

บ่าย

ชมพระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace)อันเป็นพระราชวังที่ประทับของสุลต่านมานานกว่า 3 ศตวรรษ สร้างโดย 'จักรพรรดิเมห์เม็ตผู้พิชิต'(MEHMET THE CONQUEROR)ในอดีตพระราชวังทอปกาปึเคยเป็นสถานที่ฝึกขุนนางทหารรับใช้ของสุลต่านชาวตุรกี ซึ่งคัดเลือกเด็ก ๆ คริสเตียน(พวกนอกศาสนา)มาสอนให้เป็นเติร์กและนับถือศาสนาอิสลาม ต่อมาเมื่อขุนทหารเหล่านี้ออกมารับราชการเป็นใหญ่เป็นโตในวังก็กลายเป็นหอกข้างแคร่ และในบางยุคก็ร่วมก่อการปฏิวัติรัฐประหารเลยด้วยซ้ำ ในที่สุดสุลต่าน 'มาห์มุทที่ 3' ก็ตัดสินใจยุบระบบขุนนางทหารรับใช้ซึ่งยืนยงมากว่า 350 ปีนี้ลง และปฏิรูประบบการจัดการทหารในประเทศเสียใหม่ โดยการนำการจัดทัพแบบยุโรปมาใช้ ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่าอาทิ เช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่าน

จากนั้น

ชอปปิ้ง ณ สไปซ์มาเก็ตเป็นตลาดที่มีอายุเก่าแก่ยาวนาน ถึง 350 กว่าปีสินค้าที่ขายอันดับหนึ่ง ได้แก่เครื่องเทศ ตามชื่อของตลาดสไปซ์ โดยแทบทุกร้านจะมีกระบะไม้วางเรียงกัน แต่ละกระบะจะบรรจุเครื่องเทศกลิ่นต่างๆ เช่นเครื่องเทศสำหรับหมักเนื้อ ต้มน้ำซุป หรือ แม้แต่อบเชยหรือซีเนมอนที่ใช้ผสมกับเครื่องดื่มนอกจากเครื่องเทศแล้วยังมีสินค้าประเภทถั่ว ชาผลไม้ รวมไปถึงผลไม้อบแห้งน้ำผึ้งแท้ น้ำมันหอมระเหย ที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อติดไม้ติดมือไปเป็นของฝาก รวมถึงเตอกิชดีไลท์ ขนมหวานเตอร์กิชต้นตำรับแท้ๆ

เย็น

รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

ที่พัก

LIONEL HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาวที่เมือง ISTANBUL มาตรฐานระดับดาวตุรกี

วันที่ 3 อิสตันบูล • สนามบินโดเดโมโดโว่ • สนามบินโดโมเดโดโว่เมืองมอสโคว ประเทศรัสเซีย • หอส่งสัญญาณโทรทัศน์ Ostankino • สถานีรถไฟใต้ดิน Metro • ช้อปปิ้งถนนอารบัต • ยอดเขาสแปร์โรว์ฮิลส์
04.00 น.

บริการอาหารเช้าแบบ SET BOX จากนั้นออกเดินทางสู่สนามบินอิสตันบูล

07.50 น.

ออกเดินทางสู่ เมืองมอสโคว ประเทศรัสเซีย โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 413 ... บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง **ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาที + **

10.40 น.

เดินทางถึง ท่าอากาศยานโดโมเดโดโว่ เมืองมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ** เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 4 ชั่วโมง ** พบการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่นำท่านเดินทางสู่ กรุงมอสโคว์ เมืองหลวงของรัสเซีย ครองอันดับเมืองที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการเดินทางของประเทศ จัดว่าเป็นเมืองที่น่าเที่ยวมากเมืองหนึ่ง ประกอบด้วยสถาปัตยกรรมทั้งเก่าและใหม่มีโบสถ์ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากกว่า 200 แห่ง

จากนั้น

นำท่านสู่ตึกหอส่งสัญญาณโทรทัศน์ Ostankinoให้คุณได้เห็นวิวเหนือเมืองหลวงของรัสเซียจากความสูง ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ออกอากาศจากสถานีโทรทัศน์จำนวนมากไปยังบ้านเรือนชาวรัสเซีย เดินทางไปที่จุดชมวิวของหอส่งสัญญาณนี้เพื่อรับชมความบันเทิงสดในรูปแบบของทิวทัศน์สุดอลังการ หอส่งสัญญาณนี้โดดเด่นอยู่บนเส้นขอบฟ้าของมอสโกมาตั้งแต่ปี 1967 และเป็นหนึ่งในอาคารที่ยืนอยู่ด้วยตัวเองที่สูงที่สุดในโลก หอนี้เป็นผลงานการออกแบบของสถาปนิก Nicolai Nikitineแต่ผู้นำโซเวียต Nikita Khruschevได้ทำการปรับเปลี่ยนไปอย่างมากในระยะการวางแผน เหตุการณ์นี้ทำให้สถาปนิกผู้นี้วางหมวกไว้ใต้หินที่ฐานหอเพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงความเคารพต่อผู้นำ ยืนที่ฐานเพื่อชื่นชมขนาดอันน่าประทับใจของโครงการที่มีต้นทุนสูงถึง 65 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

เที่ยง

นำท่านไปยังร้าน 7th HEAVEN RESTAURANT รับประทานมื้ออาหารสุดหรูที่ท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศวิวพาโนรามาของกรุงมอสโคว์ ระดับความสูง 328 M. ณ Ostankino Tower

จากนั้น

นำท่านชม สถานีรถไฟใต้ดินกรุงมอสโคว์(Moscow Metro)ตื่นตากับการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีกับสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น การประดับด้วยกระจกสีหินอ่อน

จากนั้น

นำท่านเดินทางไปยัง ถนนคนเดิน ถนนอารบัต(ArbatStreet) ที่ตั้งอยู่ในใจกลางของแหล่งประวัติศาสตร์และถือว่าเป็นหนึ่งในย่านโบราณที่สุดของมอสโคว์ ที่มีชื่อปรากฏในประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โดยตลอดความยาว 1.8 กิโลเมตร ที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านคาเฟ่ และยังเป็นแหล่งชุมนุมของศิลปินอินดี้ ที่มาโชว์ฝีมือกันจัดแบบไม่มีใครยอมใคร

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้น

เดินทางสู่ ยอดเขาสแปร์โรว์ฮิลส์Sparrow Hills หรือ เนินเขานกกระจอกจุดชมทัศนียภาพของกรุงมอสโคว ที่สามารถชมด้านล่างได้เกือบทั้งหมด จึงทำให้เลนิน ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ในอดีตเลือกเนินเขาแห่งนี้เป็นที่ตั้งบ้านพักของตน ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมอสโคว ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดในรัฐเซีย

ที่พัก

IZAMAILOVO DELTA HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาวตามมาตรฐานรัสเซีย ที่เมืองมอสโคว์

วันที่ 4 พระราชวังเครมลิน • พิพิธภัณฑ์อาร์เมอร์รี่แชมเบอร์ • โบสถ์อัสสัมชัญ • ชมระฆังพระเจ้าซาร์ และปืนใหญ่พระเจ้าซาร์ • มหาวิหารเซนต์เดอะซาเวียร์ • จัตุรัสแดง ห้างสรรพสินค้า GUM • มหาวิหารเซนต์บาซิล • ชมการแสดงละครสัตว์
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าชม พระราชวังเครมลินสัญลักษณ์ของอดีตสหภาพโซเวียต อันเป็นจุดกำเนิดของประวัติศาสตร์รัสเซียที่มีมายาวนานในอดีตเป็นเพียงป้อมปราการไม้ธรรมดา ที่นี่เปรียบเสมือนหัวใจของกรุงมอสโคว์ อีกทั้งยังเป็นที่ประทับของพระเจ้าซาร์ทุกพระองค์จนกระทั่ง พระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราชทรงเสด็จไปประทับ ณ พระราชวังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ชาวรัสเซียเชื่อว่าที่นี่เป็นที่สถิตของพระเจ้าปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สำหรับการจัดประชุมของรัฐบาล และรับรองแขกระดับประเทศนำท่าน ชมพิพิธภัณฑ์อาร์เมอร์รี่แชมเบอร์ตั้งอยู่อยู่ในเขตพระราชวังเครมลิน สิ่งที่ไม่ควรพลาดชม ได้แก่ มงกุฎทองคำของราชวงศ์โมโนมาคจักรพรรดิคอนสแตนติน โมโนมาคได้พระราชทานมงกุฎนี้ให้กับเจ้าชายวลาดิมีร์ โมโนมาค (Vladimir Monomakh) เมื่อราว 700 ปีเศษ มาแล้ว สวยงามมาก ทำจากทองคำประดับด้วยขนเสือเซเบิล (Sable) และอัญมณีล้ำค่าต่างๆ มากมาย และได้ใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจนถึงปี พ.ศ. 2225 ท่านชม โบสถ์อัสสัมชัญวิหารหลวงเก่าแก่ ที่ถือว่าสำคัญที่สุดในเครมลิน ซึ่งสร้างโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน โดยสร้างทับลงบนโบสถ์ไม้เก่าที่มีมาก่อน แล้วใช้เพื่อในการประกอบพิธีราชาภิเษก และการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ชมระฆังพระเจ้าซาร์The Tsar Bellและปืนใหญ่พระเจ้าซาร์ เป็นตัวอย่างผลงานศิลปะชิ้นโตอันเลื่องชื่อของรัสเซีย ขนาดอันใหญ่โตและความงดงามเป็นตัวดึงดูดให้ผู้คนมาเยี่ยมชม ลองมาดูด้วยตาตัวเองแล้วคุณจะประทับใจกับขนาดอันมหึมาของที่นี

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น

ชม มหาวิหารเซนต์เดอะซาเวียร์ หรือที่เรียกกันว่า มหาวิหารโดมทอง (St. Saviour Cathedral) เป็นวิหารที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซียและสูงที่สุดในโลก ตั้งอยู่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Moskva เมืองมอสโก ประเทศรัสเซีย สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ ที่ 1 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะและแสดงกตัญญุตาแด่พระเป็นเจ้าที่ทรงช่วยปกป้องรัสเซียให้รอดพ้นจากสงครามนโปเลียน โดยมหาวิหารเซนต์เดอะซาเวียร์ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 45 ปี ในสมัยของสตาลิน เคยสั่งให้ทุบทำลายมหาวิหารแห่งนี้ จนกระทั่งในสมัยประธานาธิบดีบอริส เยลซิน จึงได้มีการบูรณะขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งด้วยเงินบริจาคและพลังความศรัทธาของผู้คน ดังนั้นที่นี่จึงเป็นที่รักและศูนย์รวมจิตใจของประชาชน มหาวิหารโดมทองแห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในการประกอบพิธีกรรมที่สำคัญระดับชาติทางคริสตศาสนาของประเทศรัสเซีย

จากนั้น

ชม จัตุรัสแดง (Red Square) สถานที่สำคัญใจกลางเมืองมอสโคว์ สร้างในสมัยคริสศตวรรษที่ 17 ที่เป็นศูนย์รวมเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ เช่น งานเทศกาลเฉลิมฉลอง หรือการประท้วง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและยังถือได้ว่าเป็นจัตุรัสที่มีความสวยงามมากที่สุดในโลก บริเวณโดยรอบ ยังประกอบไปด้วยสถานที่สำคัญของประเทศ อีกหลายแห่งที่สามารถได้ชม อันได้แก่ มหาวิหารเซนต์ บาซิล (Saint Basil’s Catherdral) สถานที่ที่ซึ่งถูกยอมรับว่าสวยงามที่สุดในเมืองมอสโคว์ จนได้รับการขนานนามว่า “โบสถ์ลูกกวาด” สร้างขึ้นด้วยศิลปะรัสเซียโบราณ ประกอบด้วยยอดโดม 9 ยอดสีสันสวยงาม โดยสถาปนิก ปอสนิก ยาคอฟเลฟ (Postnik Yakovlev) ในสมัยพระเจ้าอีวานที่ 4 จอมโหด เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานในการรบชนะเหนือกองทัพมองโกลที่เมืองคาซาน และด้วยความสวยสดงดงาม วิจิตรบรรจงของวิหาร จึงทำให้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าอีวานที่ 4 เป็นอย่างมาก จึงมีคำสั่งให้ปูนบำเหน็จแก่สถาปนิก ด้วยการควักลูกตาทั้งสองข้างทิ้งเสีย เพื่อไม่ให้สถาปนิคผู้นี้สามารถสร้างสิ่งสวยงามกว่านี้ได้อีก การกระทำของพระองค์ในครั้งนั้น ส่งผลให้ทุกคนขนานนามว่า “พระเจ้าอีวานจอมโหด”

จากนั้น

นำท่านเข้าชมและชอปปิ้งที่ ห้างสรรพสินค้ากุม (GUM Department store) สถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ของเมืองมอสโคว์ สร้างในปี ค.ศ.1895 ปัจจุบันเป็นห้างสรรพสินค้าชั้นนำจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนม เสื้อผ้า เครื่องสำอาง น้ำหอม แบรนด์ดังที่มีชื่อเสียงที่เป็นรุ่นล่าสุด

เย็น

รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

จากนั้น

นำท่านชมความน่ารักของบรรดาสัตว์แสนรู้ และตื่นตากับการแสดงกายกรรมมายากล ของ ละครสัตว์ Circus Showโดยเป็นนักแสดงมืออาชีพ พร้อมกับเหล่าสัตว์ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี หลังจากจบการแสดง ท่านสามารถถ่ายภาพกับสัตว์แสนรู้เพื่อเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย
** กรณีละครสัตว์งดการแสดงซึ่งบางกรณีงดการแสดงโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่าบริการส่วนนี้ให้

ที่พัก

IZAMAILOVO DELTA HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาวตามมาตรฐานรัสเซีย ที่เมืองมอสโคว์

วันที่ 5 สถานีรถไฟความเร็วสูง • เมืองเซนต์ปิเตอร์สเบิร์ก • พระราชวังฤดูหนาว Winter Palace • โบสถ์หยดเลือด
เช้า

บริการอาหารเช้าแบบ SET BOX

จากนั้น

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ค(Saint Petersburg)โดยรถไฟความเร็วสูง Sapsan Fast Train (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) ** รอบของรถไฟ อาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม** ถึง เมืองเซนต์ปิเตอร์สเบิร์ค(Saint Petersburg)เมืองที่ได้รับสมญานามว่า “ราชินีแห่งยุโรปเหนือ” เมืองนี้สร้างโดยพระเจ้าซาร์ปิเตอร์มหาราช เมื่อ พ.ศ.2246 โดยตัวเมืองเริ่มสร้างด้วยการถมทราย และหินเป็นจำนวนมาก เพราะว่าพื้นที่เดิมนั้นเป็นดินเลนทะเล เหตุผลในการทรงเลือกทางออกทะเลบอลติค ที่สามารถติดต่อไปทางยุโรปและประเทศอื่นๆได้ เพื่อการพัฒนาและปรับเปลี่ยน ประเทศรัสเซียให้ทัดเทียมกับประเทศอื่นๆได้ ต่อมา จึงได้รับสมญานามว่า “หน้าต่างแห่งยุโรป” เมือง เซนต์ปิเตอร์สเบิร์ค

จากนั้น

เดินทางสู่ พระราชวังฤดูหนาว (Winter Palace) ที่ประกอบไปด้วยห้องต่างๆ ถึง 1,050 ห้อง สถานที่แห่งนี้ เคยใช้เป็นที่รับรองการเสด็จเยือนประเทศรัสเซียของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในการเจริญสัมพันธไมตรี อดีตเคยเป็นพระราชวังหลวงของราชวงศ์โรมานอฟ ระหว่างปี ค.ศ.1732 -1917 ตั้งอยู่ระหว่างท่าวัง กับ จัตุรัสพระราชวัง ภายนอกของพระราชวังใช้โทนสีเขียว และ ขาว ด้วยสถาปัตยกรรมบารอค ปัจจุบันบางส่วนของพระราชวังฤดูหนาวได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมในฐานะ พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ (TheState Hermitage Museum)ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรวบรวมงานศิลปะล้ำค่าของโลกกว่า 8 ล้านชิ้น รวมทั้งภาพเขียนของจิตรกรเอกระดับโลก อย่างเช่น ลิโอนาโด ดาวินซี่,ปิกัสโซ่,แรมบรันด์,แวนโก๊ะ เป็นต้น จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง **ในบางช่วงพระราชวังอาจมีการปิดโดยมิได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ดังนั้นหากวันที่เดินทางตรงกับช่วงวันปิดเข้าชม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ปรับเปลี่ยนโปรแกรมได้ตามความเหมาะสม โดยจะเปลี่ยนไปเข้าพระราชวังอื่นที่เปิดหรือสถานที่อื่นๆในช่วงเวลาดังกล่าว**

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ในพระราชวังอเล็กซานเดอร์ พิเศษ เมนูวอสก้า + ไข่ปลาคาเวียร์

เดินทางสู่

โบสถ์หยดเลือด (Church of the Savior on Spilled Blood)ซึ่งพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 3 ทรงสร้างให้เป็นเกียรติแด่พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 พระราชบิดาของพระองค์ ผู้ประกาศเลิกทาส ด้วยความหวังดีต่อประชาชน ปรากฎว่าชาวรัสเซียไม่เข้าใจ เพราะหลังเลิกทาส ชาวนากลับมีความเป็นอยู่ที่จนลง เป็นผลให้พวกชาวนารวมตัวกันว่าแผนปลงพระชนม์ โดยส่งหญิงชาวนาผู้หนึ่งติดระเบิดพลีชีพวิ่งเข้ามาขณะพระองค์เสด็จผ่าน ต่อมาบริเวณถนนที่เกิดเหตุนั้นถูกสร้างโบสถ์ครอบไว้ กลายเป็นโบสถ์หยดเลือดมาจนถึงทุกวันนี้ รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นแบบรัสเซียในคริสต์ศตวรรษที่ 16-17 มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับวิหารเซนต์บาซิลที่เมืองมอสโคว

เดินทางสู่

มหาวิหารคาซาน KAZAN CATHEDRAL ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ปีค.ศ. 1708 ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บนถนนเนฟสกี้ ในสมัยก่อนเป็นโบสถ์เล็กๆ ต่อมาในสมัยของพระเจ้าปอลด์ที่ 1 ในปีค.ศ. 1800 ได้ทำการสร้างวิหารใหม่ ให้ยิ่งใหญ่และสวยงามมากขึ้นกว่าเดิมมหาวิหารแห่งนี้มีลักษณะรูปทรงครึ่งวงกลม มีเสาหินวางเรียงแถวยาวอย่างเป็นระเบียบประกอบไปด้วยเสาโรมัน 96 ต้น และโดมขนาดใหญ่ซึ่งมียอดสูงถึง 90 เมตร ด้านนอกของวิหารมีสวนสาธารณะที่ชาวรัสเซียจะมาพักผ่อนหย่อนใจ

เย็น

รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

ที่พัก

Park Inn Pribaltijskayaหรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาวตามมาตรฐานรัสเซีย ที่เมืองเซนต์ปิเตอร์เบิร์ก


วันที่ 6 ป้อมปีเตอร์แอนด์ปอลล์ • มหาวิหารเซนต์ไอแซค • พระราชวังฤดูร้อน Peterhof
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้น

เดินทางสู่ ป้อมปีเตอร์ และปอลด์ (Peter and Paul Fortress)สิ่งแรกที่สร้างในเมืองเซนต์ปิเตอร์สเบิร์ค สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1703ในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช เป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดของเมือง โดยมีความสูงถึง 122.5 เมตร ลักษณะเป็นรูปทรงหกเหลี่ยม เป็นศิลปะแบบบารอค ปัจจุบันด้านในเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้เป็นที่ฝังพระศพของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช และพระบรมวงศานุวงศ์แห่งราชวงศ์โรมานอฟ นอกจากนี้ยังมีภาพเขียนของนักบุญ รวมรูปพระแม่มารีศักดิ์สิทธิ์ที่งดงาม อันเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของคริสต์ศาสนิกชน

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น

เดินทางสู่ มหาวิหารเซนต์ไอแซค (Saint Isaac’s Cathedral)วิหารที่ถือว่าได้รับการตกแต่งอลังกาลมากที่สุด ยอดโดมฉาบด้วยทองคำแท้ 100 กิโลกรัม และภายในใช้หินอ่อน และหินอื่น ๆ กว่า 43 ชนิด ในอดีต
เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่สถานที่แห่งนี้ จึงได้มีการก่อสร้างขึ้นใหม่ ในสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 ในปี ค.ศ. 1818 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ชื่อ Auguste de Montferrandโดยใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 40 ปีมีการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบเรเนสซองส์ และบาโรก ตัววิหารใหญ่โต สีขาวบริสุทธิ ประดับด้วยประติมากรรมเหล็กอันงดงาม เป็นโบสถ์ออร์โทดอกซ์แห่งเดียวที่ประดับประดาตกแต่งด้วยกระจกสีอย่างวิจิตรบรรจง และยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวเมืองที่นี่ให้ความนับถือเป็นอย่างมาก เนื่องจากในอดีตตัวเมืองถูกถล่มด้วยระเบิดของทหารนาซีจนราบคาบ แต่มหาวิหารไอแซคแห่งนี้กลับได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

จากนั้น

นำท่านเดินทางสู่ พระราชวังฤดูร้อน หรือ พระราชวังปีเตอร์ฮอฟ(Peterhof Palace)พระราชวังที่สวยงาม ที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช เป็นพระราชวังที่สรรสร้างโดยศิลปินเอกในสมัยนั้น ที่ชื่อว่า ฟรานเชสโก ราสเทรลลี่ และ เลอ บรอง ซึ่งทั้งสองคนแบ่งกันสร้างพระราชวังนี้ โดยตัวภายในพระราชวังเป็นหน้าที่หลัก ของ ราสเทรลลี่ ออกแบบความงามในสไตล์ผสมเรอเนสซองส์ “บารอค”และคลาสสิก พระเจ้าปีเตอร์หมายมั่นปั้นมือกับพระราชวังนี้มาก วางโครงสร้างงานไปยาวถึง 10 ปี ราสเทรลลี่บรรจงสร้างพระราชวังอย่างประณีตเน้นการตกแต่งภายในที่เลือกจะใช้ โคมไฟระย้า งานไม้แกะสลักและภาพวาดสีน้ำมันเป็นหลักด้านนอกจะเป็นหน้าที่ของ เลอ บรอง เขาถูกพระเจ้าปีเตอร์เชิญมาสร้างลานน้ำพุ โดยเฉพาะ ลานน้ำพุแห่งนี้ถือเป็นจุดหลักของประสาทแห่งนี้ก็ว่าได้ ด้วยความยิ่งใหญ่ตระการตาและแสงของพระอาทิตย์กระทบผิวน้ำ และขอบอ่างสีทองมัน รวมถึงบรรยากาศร่มรื่นของต้นไม้นานาพันธุ์จึงทำให้เกิดภาพที่สวยงามราวกับดินแดนในเทพนิยาย

** ในส่วนของน้ำพุทางพระราชวังจะปิดในฤดูหนาว ประมาณช่วงเดือนตุลาคม จนถึงเดือนพฤษภาคม และ
อาจปิดทำการในวันจันทร์สิ้นเดือน หรือวันจันทร์กับวันอังคาร (2วันติดต่อกัน) ซึ่งเป็นธรรมเนียมวันหยุด
ของชาวพื้นเมืองรัสเซีย ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ในการเพิ่มวันหยุดหรืออาจจะปิดทำความสะอาด
โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรณีที่พระราชวังฤดูร้อนปิด ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ปรับเปลี่ยนโปรแกรมได้
ตามความเหมาะสม โดยจะเปลี่ยนไปเข้าพระราชวังอื่นที่เปิดหรือสถานที่อื่นๆในช่วงเวลาดังกล่าว**

จากนั้น

ล่องเรือแม่น้ำเนวา NEVA RIVER CRIUSE พิเศษ!!จิบไวน์ฉลองฤดูกาล White Night ดินแดนแห่งพระอาทิตย์เที่ยงคืน พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศของสองฟากฝั่งเป็นแม่น้ำในประเทศรัสเซียส่วนยุโรป ไหลออกจากทะเลสาบลาโดกาและไหลเข้าสู่อ่าวฟินแลนด์ในทะเลบอลติก มีความยาวค่อนข้างสั้น คือ 74 กิโลเมตร แต่เป็นแม่น้ำที่มีการไหลเป็นอันดับสามในยุโรป ผ่านเขตการปกครองของรัสเซีย 2 แห่ง คือ เลนินกราดโอบลาสต์และเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

เย็น

รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

ที่พัก

Park Inn Pribaltijskaya หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาวตามมาตรฐานรัสเซีย ที่เมืองเซนต์ปิเตอร์เบิร์ก

วันที่ 7 พระราชวังแคทเธอรีน • Outletpulkovo Village • สนามบินพัลโคโวเซนต์ปิเตอร์เบิร์ก ประเทศรัสเซีย • สนามบินอิสตันบูล
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

จากนั้น

นำทุกท่านเดินทางสู่หมู่บ้านพระเจ้าซาร์หรือหมู่บ้านปุชกิ้น สถานที่ประทับและพักอาศัยของเจ้านายชั้นสูงไม่ว่าจะเป็นอเล็กซานเดอร์ ปุชกิ้น ยอดกวีเอกรัสเซีย นำท่านชมพระราชวังแคทเธอรีน ที่สวยงามแห่งหนึ่งในรัสเซีย มีห้องต่างๆ ให้ชมนับร้อยแต่ทุกท่านต้องไม่พลาดชมห้องอำพัน (แอมเบอร์รูม) เป็นสุดยอดงานศิลป์ยุคศตวรรษที่18 อันประมาณค่ามิได้ที่ช่างเยอรมันสร้างให้แก่ปราสาทของกษัตริย์ฟรีดริชที่1 แห่งรัสเซียประกอบด้วยแผ่นไม้โอ๊กขนาดใหญ่หกชิ้นเนื้อที่ 100 ตารางเมตร ประดับอำพัน 6 ต้น พร้อมกระจกผนังและโมเสก อัญมณีมีค่าจากอิตาลี ห้องอำพันถูกสร้างขึ้นใหม่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันราคาประเมินคร่าวๆ มากกว่า 142 ล้านดอลล่าห์
(ในกรณีที่ไม่สามารถเข้าชมพระราชวังแคทเธอรีนได้ ทางบริษัทฯ ขอนำท่านชม พระราชวังพาฟลอฟส์ ตั้งอยู่สวนขนาดใหญ่ซึ่งสร้างโดพระราชินีแคทเธอรีนมหาราช เพื่อให้กับพระราชบุตรพอล โดยใช้ช่างที่พระองค์ทรงโปรดที่สุดคือ Charles Cameron เป็นคนออกแบบ และควบคุมการก่อสร้าง แต่ต่อมาพระเจ้าพอล ทรงให้ Brenna ช่างอิตาเลียนที่พระองค์โปรดปรานเนื่องจากพระองค์ต้องการศิลปะแบบฝรั่งเศสมากกว่าอิตาลี ทำให้คาเมอร์รอนงอนไปพักใหญ่และกลับมาทำงานต่อหลังจากพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่1ขึ้นครองราชย์ทรงเสด็จมาพำนักที่พระราชวังนี้ตัวพระราชวังประดับด้วยของเก่าดั้งเดิมที่ถูกเก็บให้รอดพ้นจากกทำลายเมื่อคราวสงครามโลก)

จากนั้น

นำท่านเดินทางสู่OutletPulkovo Village ชมความสวยงามของการตกแต่งสไตล์ยุโรปและเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่รวมร้านค้าดังมากมายกว่า 40 ร้าน สัมผัสประสบการณ์การช้อปปิ้ง ที่ครบครันด้วยสินค้าชั้นนำต่างๆ มากมาย

จากนั้น

ได้เวลาอันสมควรเดินทางเข้าสู่ สนามบินพัลโคโวเซนต์ปิเตอร์เบิร์ก ประเทศรัสเซีย

15.15 น.

ออกเดินทางสู่ท่าอากาศยานเมืองอิสตันบูล โดยสายการบินสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์เที่ยวบินที่ TK402

18.45 น.

ถึงสนามบิน ท่าอากาศยานนานาชาติอิสตันบูล ประเทศตุรกี **เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง**

20.15 น.

ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK64 ... **บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง**

วันที่ 8 สนามบินสุวรรณภูมิ
09.50 น.

เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม