P. DUB BI 1901 : มหัศจรรย์ .. ดูไบ เที่ยวให้สุด

ประเทศ: สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ระยะเวลา: 5 วัน 3 คืน
สายการบิน: Emirates
ขึ้นเครื่อง: สนามบินสุวรรณภูมิ
รวมมื้ออาหาร: 9 มื้อ
ระดับโรงแรม: 4 ดาว
ราคาเริ่มต้น : 28,900 บาท

Contact form

ไฮไลท์สำคัญ

yes เที่ยวดูไบมอลล์ ชมน้ำพุแห่งดูไบ หรือน้ำพุเต้นระบำ



yes ท่านเดินทางสู่ชั้นที่ 124 ของตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ BurjKhalifa ตึกที่สูงที่สุดในโลก



yes ถ่ายรูปกับรถ Ferrari ณ บริเวณด้านหน้า เฟอร์รารี่เวิลด์



yes นำท่านชม มัสยิด GRAND MOSQUE มัสยิดที่สวยที่สุดในโลก



yes เดินทางสู่ Heritage Village แวะถ่ายรูปกับตึก เอทิฮัดทาวเวอร์



yes แวะถ่ายรูปกับ พระราชวังชีค สุเหร่าจูไมร่าห์ และบุรจญ์อัลอาหรับ



yes ขึ้นรถไฟ Monorail ชมหมู่เกาะต้นปาล์ม และโรงแรมแอตแลนทิสเดอะปาล์ม



yes สัมผัสประสบการณ์สุด Exclusive นั่งรถลิมูซีน ชมเมืองดูไบ



yes ตะลุยทะเลทรายด้วยรถ 4WD ขับเคลื่อน 4 ล้อ



yes ชมพิพิธภัณฑ์ดูไบ นั่งเรือ Abra ข้ามฟากที่ Dubai Creek ถ่ายรูปกับ‘ดูไบ เฟรม



yes ช็อปปิงที่เอมิเรตส์มอลล์ ตลาดเครื่องเทศและตลาดทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก


โปรแกรมการเดินทาง

วันที่ 1 กรุงเทพ • สุวรรณภูมิ • สนามบินนานาชาตดิูไบ
06.30 น.

พร้อมกัน ที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิช้ัน 4 ประตู 8 Row T เคาท์เตอร์สายการบินเอมิเรตส์ Emirate Airline (EK) โดยมีเจา้หนา้ที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน

09.55 น.

ออกเดินทางสู่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นครดูไบ โดยเที่ยวบิน EK 375 บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง (ใช้เวลาบิน 6 ชั่วโมง 10 นาที+)

13.00 น.

ถึงสนามบิน ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง)ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นประเทศหนึ่งในตะวันออกกลางตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรอาหรับในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ริมอ่าวเปอร์เซียประกอบด้วยรัฐเจ้าผู้ครองนคร 7 รัฐได้แก่อาบูดาบีอัจมานดูไบฟูไจราห์ราสอัลไคมาห์ชาร์จาห์และอุมม์อัลไกไวน์ นำท่านเดินทางสู่ นครดูไบเป็นนครใหญ่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีประชากรประมาณ 2 ล้านคน เมืองดูไบถือได้ว่าเป็นเมืองท่าที่สำคัญแห่งหนึ่งบนโลก และมีอัตราการเจริญเติบโตของเมืองสูงมาก

จากนั้น

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

เดินทางสู่

ดูไบมอลล์(Dubai Mall)ตั้งอยู่ที่ด้านล่างของ BurjKhalifaณ ใจกลางของตัวเมืองดูไบคือศูนย์การค้าขนาดใหญ่มหึมาซึ่งเป็นที่รวมของร้านค้ามากกว่า1,200 ร้านร้านอาหารและร้านกาแฟมากกว่า200 แห่งและตลาดขายทองในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลกสิ่งที่น่าสนใจด้านสันทนาการประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ไม่รวมค่าเข้าชม)ลานสเก็ตน้ำแข็งขนาดกีฬาโอลิมปิกสวนสนุกในร่มและโรงภาพยนตร์22 จอสถานที่อันดึงดูดใจเหล่านี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่มากกว่า5.9 ล้านตารางฟุต (550,000 ตารางเมตร) บนอาคารสี่ชั้น

(อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย)

ที่พัก

โรงแรม Cassells Al Barsha Hotel หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่ 2 ตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ • อาบูดาบี • ถ่ายรูปกับรถ Ferrari • Grand Mosque•Heritage Village • ถ่ายรูปพาโนรามาวิว 360 องศา • เอทิฮัดทาวเวอร์ • ชมน้ำพุเต้นระบำแห่งดูไบ
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารเช้าโรงแรม

จากนั้น

สุดพิเศษ!!นำท่านเดินทางสู่ชั้นที่ 124 ของตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ BurjKhalifa ตึกที่สูงที่สุดในโลก(รวมค่าบัตรขึ้นตึกชั้นที่ 124)หรือเดิมชื่อบุรจญ์ดูไบBurj Dubai ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่2ธันวาคมพ.ศ. 2552และเปิดให้ใช้ได้อย่างเป็นทางการเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาขนาดยักษ์มีที่ตั้งณ "ชุมทางเชื่อมต่างระดับที่1" ของถนนชิคซาเยดและถนนโดฮาเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกโดยมีความสูงประมาณ828เมตรและเมื่อวันที่22กรกฎาคมพ.ศ.2550ตัวตึกได้ทำสถิติกลายมาเป็นตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในโลกมีความสูงถึง546เมตรแซงตึกไทเป101เรียบร้อย (สูงกว่าตึกไทเป101ประมาณ97เมตรและสูงกว่าอาคารใบหยก2 218เมตร)

เดินทางสู่

อาบูดาบี(Abu Dhabi)จากดูไบใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อาบูดาบีตั้งอยู่บนเกาะรูปตัวทีที่ยื่นเข้าไปในอ่าวเปอร์เซียเมืองครอบคลุมพื้นที่ 67,340 ตารางกิโลเมตร (26,000 ตารางไมล์)และมีประชากรราว 860,000คนในปีค.ศ. 2007 อาบูดาบีถือเป็นเมืองที่ค่าครองชีพแพงที่สุดอันดับ 3 ในภูมิภาคและอันดับ 26 ของโลก

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ถ่ายรูปกับรถ Ferrariณ บริเวณด้านหน้า เฟอร์รารี่เวิลด์Ferrari World theme park (ไม่รวมค่าเข้าชมประมาณ 70USD/ท่าน) เป็นสวนสนุกในร่มแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในโลกออกแบบมาได้อย่างโดดเด่นด้วยสัญลักษณ์เฟอร์รารี่ขนาดใหญ่บนหลังคาสีแดงสดส่วนโค้งเว้าของหลังคาได้แรงบันดาลใจจากFerrari GT body มีขนาดครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด200,000 ตารางเมตรมีพื้นที่ในร่มให้ผู้เข้าชมได้86,000 ตารางเมตรขนาดใหญ่พอๆกับ7 สนามฟุตบอลเลยทีเดียวจุดประสงค์ที่สร้างขึ้นก็เพื่อระลึกถึงผู้ผลิตรถยนต์เฟอร์รารี่ขวัญใจคนทั่วโลก

นำท่านชม

มัสยิดSHEIKH ZAYED BIN SULTAN AL NAHYAN GRAND MOSQUEมัสยิดที่สวยที่สุดในโลกเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ทุกคน ทันทีที่เดินเข้าสู่มัสยิดชิคชาเญด สิ่งที่สะดุดตาที่สุดเห็นจะเป็นสีขาวสะอาดตาของมัสยิดแห่งนี้ มัสยิดชิคชาเญด ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 10 ปี โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 1996 และเสร็จในปี 2007 โดยระดมช่างฝีมือมากกว่า 3,000 คนจากทั่วโลกมาร่วมสรรสร้างสถาปัตยกรรมอันงดงามแห่งนี้ วัสดุที่ใช้ในการสร้างมีตั้งแต่หินอ่อน เซรามิก คริสตัล และทองคำถือเป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานความทันสมัยให้เข้ากับวัฒนธรรมของศาสนาอิสลามได้อย่างลงตัว ความสำคัญของมัสยิดแห่งนี้นอกจากจะเป็นที่รองรับผู้มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้ถึง 40,000 คนแล้ว ยังเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มากที่สุดเป็นอันดับที่ 25 ของโลกด้วยไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาด คือ การเข้าชม โคมไฟแชนเดอร์เลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่าราว 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำจากทองคำและทองแดง นำเข้าจากประเทศเยอรมนีและ พรมผืนใหญ่ที่สุดในโลก ที่ทอเป็นผืนเดียวไม่มีรอยต่อ ขนาด 5,627 ตารางเมตรนอกจากเป็นสถานที่ ท่องเที่ยวและประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว มัสยิดชิคชาเญด ยังเป็นสุสานฝังพระบรมศพของ Sheikh Zayed bin Sultan Al Nahyanอดีตประธานาธิบดีคนแรกแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นผู้สร้างมัสยิดแห่งนี้ไว้ก่อนจะสวรรคตด้วย

***การแต่งกาย*** สำคัญมากและกรุณาปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
ผู้ชาย : ต้องแต่งตัวสุภาพเรียบร้อย ใส่กางเกงขายาว เสื้อแขนยาว
ผู้หญิง :ห้ามใส่เสื้อผ้ารัดรูป เสื้อและกางเกงห้ามแนบเนื้อเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และต้องเตรียมผ้าสำหรับคลุมศีรษะด้วย

เดินทางสู่

Heritage Village (Heritage Village)จัดแสดงวิถีชีวิตอาหรับของUAE ถูกทำซ้ำในสมัยโบราณนี่เป็นรูปแบบดั้งเดิมของการฟื้นฟูบูรณะอดีตอาหรับสำหรับประเทศอาหรับที่นี่แสดงให้เห็นชีวิตในสมัยโบราณไม่เพียงแต่ของเอมิเรตของอาบูดาบีแต่ของเขตภูมิอากาศทั้งหมดของประเทศที่นี่ในบางพื้นที่คุณสามารถมองเห็นวิถีชีวิตของชาวโอเอซิสชายฝั่งทะเลผู้สร้างมรดกหมู่บ้านแห่งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตแบบเก่าแก่ของทั้งประเทศไม่ใช่แค่ภูมิภาคเดียวเท่านั้นแวะถ่ายรูปกับตึก

*** นำท่านถ่ายรูปสุดชิควิววพาโนรามา 360 องศา จุดเช็คอินยอดนิยมและจุดที่ถือว่าเป็นจุดที่ถ่ายรูปสวยอีกแห่งหนึ่งของเมืองอาบูดาบี ***

เอทิฮัดทาวเวอร์(Etihad Tower)คือกลุ่มอาคารที่ใช้ในการถ่ายทำฉาก‘จัมป์รถ’ ข้ามตึกของโดมินิกทอเรตโต (รับบทโดยวินดีเซล) ในหนังเรื่องFurious 7ที่ผสมผสานทั้งความสวยงามยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมเข้ากับวีรกรรมสุดห่ามที่ไม่มีมนุษย์ปกติคนใครนึกอยากทำเป็นต้นแบบของความหรูหราและงดงามท่ามกลางบรรดาตึกระฟ้าในอาบูดาบีตัวอาคารสำนักงานสร้างจากหินอ่อนและประกอบไปด้วยการตกแต่งรายละเอียดอย่างใส่ใจและระบบไฟที่ทันสมัยทั่วทั้งอาคารตั้งแต่ทางเข้าอาคารผู้ที่แวะเวียนมาที่เอทิฮัดทาวเวอร์จะต้องประทับใจกับบรรยากาศและสภาพแวดล้อมชั้นหนึ่งที่ให้ทั้งความสะดวกสบายและความสวยงามทันสมัยจากนั้น เดินทางกลับดูไบใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง

นำท่านชม

น้ำพุแห่งดูไบ(Dubai Fountain) หรือ น้ำพุเต้นระบำ ตั้งอยู่ในทะเลสาบเบิร์จคาลิฟา ทะเลสาบที่เป็นศูนย์กลางของเมืองดูไบ ถูกรายล้อมไปด้วยตึกที่มีชื่อเสียง ได้แก่ ดูไบมอลล์เบิร์จคาลิฟา หรือ หอคอยคาลิฟา เดิมชื่อ เบิร์จดูไบ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาขนาดยักษ์ มีที่ตั้ง ณ “ชุมทางเชื่อมต่างระดับที่ 1” ของถนนชิค ซาเยด และถนนโดฮา นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมชื่อดังอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมากน้ำพุแห่ง ดูไบ นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่ง ของโครงการพัฒนาขนาดยักษ์ของ ดูไบ โดยน้ำพุนั้น มีความยาว 900 ฟุต หรือ 275 เมตร ซึ่งใหญ่กว่าสนามฟุตบอล 2 สนาม สามารถพ่นน้ำได้ครั้งละ 22,000 แกลลอน (83,000 ลิตร) และความสูงของการพ่นน้ำในแต่ละครั้งนั้นสูง ประมาณ 240 ฟุต หรือเทียบเท่ากับตึกสูงประมาณ 50 ชั้นสิ่งพิเศษของน้ำพุแห่ง ดูไบ จะใช้ไฟทั้งสิ้น 6,600 ดวง โปรเจคเตอร์สี 50 ตัว ควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยจะแสดงประกอบดนตรีครั้งละ ประมาณ 5 นาที โดยน้ำพุแห่ง ดูไบ ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้นกว่า 7.2 พันล้านบาท

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก

โรงแรม Cassells Al Barsha Hotelหรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่ 3 พระราชวังชีค • สุเหร่าจูไมร่าห์ • ชายหาดจูเมราห์ • บุรจญ์อัลอาหรับ • ขึ้นรถไฟ Monorail • หมู่เกาะต้นปาล์ม • โรงแรมแอตแลนทิส • นั่งรถลิมูซีนชมเมือง • ทะเลทรายอาหรับ • โชว์ระบำหน้าท้อง
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารเช้าโรงแรม

จากนั้น

แวะถ่ายรูปกับ พระราชวังชีค(Shiekh Palace)พระราชวังสุดอลังการของท่านชีคแห่งนครดูไบ ตกแต่งด้วยสิ่งของล้ำค่า ประดับสวนปลูกต้นไม้อย่างร่มรื่นถ่ายรูปกับสุเหร่าจูไมร่าห์(Jumeirah Mosqe)สถานที่แสดงความศรัทธาและศึกษาศาสนาอิสลามสุเหร่าหินอ่อนสีขาวนวลสะอาดตามีงานสถาปัตยกรรมที่ทั้งสวยงามและทันสมัยและได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมัสยิดที่สวยงามที่สุดของเมืองเลยก็ว่าได้

เดินทางสู่

ชายหาดจูเมราห์(Jumeirah Beach)ถ่ายรูปกับตึก บุรจญ์อัลอาหรับ(Burj al-Arab)เป็นโรงแรมที่หรูหราในนครรัฐดูไบเรียกได้ว่าเป็นโรแรมระดับ 7 ดาว สุดหรู มีความสูง 321 เมตรหรือ 1,050 ฟุตและเป็นโรงแรมที่สูงที่สุดอันดับที่ 4 ของโลกและมีความสูงเป็นอันดับที่ 57 ของโลกตึกบุรจญ์อัลอาหรับตั้งอยู่บนเกาะเทียมที่ถูกถมขึ้นห่างจากชายฝั่งจูไมราบีช 280 เมตรและเชื่อมต่อด้วยสะพานที่มีลักษณะโค้งตึกบุรจญ์อัลอาหรับมีลักษณะโครงสร้างการออกแบบเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเมืองดูไบและตัวอาคารเลียนแบบมาจากใบของเรือใบ

จากนั้น

ขึ้นรถไฟMonorailจากปลายต้นปาล์มถึงยอดของต้นปาล์มสู่ หมู่เกาะต้นปาล์มเป็นโครงการก่อสร้างเกาะจำลองบริเวณอ่าวเปอร์เซียในดูไบในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์โดยแต่ละเกาะจะมีลักษณะรูปร่างเหมือนต้นปาล์มและล้อมรอบด้วยเสี้ยววงกลมโดยพื้นที่จะมีการจัดเป็นที่อยู่อาศัยและรีสอร์ทการพัฒนานี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศแวะชมโรงแรม แอตแลนทิสเดอะปาล์ม(Atlantis The Palm)คือนิยามใหม่ของรีสอร์ทที่เป็นจุดหมายปลายทาง ด้วยสถานที่ตั้งบนเกาะปาล์มที่เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ที่พักแห่งนี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของดูไบอย่างรวดเร็ว และเป็นหนึ่งในจุดสังเกตที่ ‘ต้องชม’ ของเมือง

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังรับประทานอาหารให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์สุดExclusiveนำท่านนั่งรถลิมูซีนLimousine carชมเมืองดูไบ ที่พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่หรูหราเป็นรถสำหรับขับในเมืองอันดีเลิศและภูมิฐานหากคุณต้องการเดินทางแบบมีสไตล์และหรูหราอย่างแท้จริงนี่คือสิ่งที่สามารถตอบโจทย์คุณได้

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัยเตรียมตัวแต่งกายไปทะเลทราย

จากนั้น

นำท่านตะลุยทะเลทรายด้วยรถ4WDขับเคลื่อน 4 ล้อ 1 คัน/6 ท่านโดยรับท่านจากโรงแรมสู่ทะเลทรายอาหรับ(Arabian Desert)แห่งนี้เป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นอันดับ4 (รองจาก1. Antarctic Desert / 2.Arctic Desert / 3. Sahara Desert) ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของหลายประเทศในกลุ่มคาบสมุทรอาหรับ เช่น จอร์แดนอิรักคูเวตกาตาร์โอมานเยเมนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ2,300,000 ตารางกิโลเมตรซึ่งถ้าเทียบกับประเทศไทยที่มีพื้นที่ประมาณ500,000 ตารางกิโลเมตร
สนุกสนานกับการนั่งรถตะลุยทะเลทราย SAND DUNE พร้อมชมพระอาทิตย์ตกที่งดงาม ท่านจะได้สนุกสนานและตื่นเต้นไปกับประสบการณ์อันแปลกใหม่ นั่งรถตะลุยไปบนเนินทรายทั้งสูงและต่ำสลับกันไป (Sand Dune)
นำท่านเดินทางไปทัวร์ทะเลทราย(Dune Safari & BBQ Dinner)

เย็น

บริการอาหารเย็น ณ แคมป์กลางทะเลทราย กับเมนูบาร์บีคิว (ไก่,เนื้อแกะ,เนื้อวัว) ให้ท่านได้ผ่อนคลายกับบรรยากาศ ที่แสนโรแมนติกในแบบฉบับของชาวพื้นเมือง พร้อมชมการแสดงโชว์ต่างๆอาทิเช่น ระบำหน้าท้อง Belly Dance
ฟรี!!! Henna Tattooการเพ้นท์ลวดลายแบบฉบับชาวอาหรับ /ทดลองเครื่องสูบบารากู่พื้นเมืองของชาวอาหรับ ชิมชา กาแฟ สไตล์อาหรับ ผลไม้ตามฤดูกาล /กิจกรรมขี่อูฐ

22.00 น.

นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก

ที่พัก

โรงแรม Cassells Al Barsha Hotel หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่ 4 พิพิธภัณฑ์ดูไบ • นั่งเรือAbraข้ามฟาก • ตลาดเครื่องเทศ • ตลาดทอง • ดูไบเฟรม • เอมิเรตส์มอลล์ • สนามบินดูไบ
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารเช้าโรงแรม

จากนั้น

ชม พิพิธภัณฑ์ดูไบ(Dubai Museum)ที่อยู่ในป้องปราการเก่าแก่อัลฟาฮิดิ(Al Fahidi Fort)ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะได้ทำความรู้จักดูไบอย่างลึกซึ้ง ท่านจะได้รู้ถึงบทสรุปของดูไบแบบย่อประวัติศาสตร์ทั้งหมดมาให้ชมแล้วเชื่อหรือไม่ว่าดูไบมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทุกๆ 10 ปี

จากนั้น

นั่งเรือAbraข้ามฟากที่Dubai Creekคือเวิ้งน้ำทะเลธรรมชาติจากอ่าวเปอร์เซียที่แบ่งเมืองออกเป็นสองส่วน ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือคือ Deira Dubai และทางด้านตะวันตกเฉียงใต้คือ Bur Dubai ทางน้ำแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ของดูไบ โดยเริ่มแรกคือช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่การค้ากับอินเดียและแอฟริกา และเป็นท่าเรือที่ปลอดภัยสำหรับเรือค้าขายตลาดเครื่องเทศและตลาดทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก(Spice Souk and Gold Souk)หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวดูไบที่ต้องไปสำรวจ ตลาดที่นี่เขาเรียกกันว่าซุค (Souk)
ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือในอดีตเป็นที่ขนถ่ายสินค้าที่รวบรวมเครื่องเทศนานาชนิด ที่นำเข้ามาจากนานาประเทศ และทองคำที่ตั้งอยู่สองข้างทางนั้นสุกอร่ามละลานตามาก หากคุณเป็นคนนิยมเครื่องเพชรทองสไตล์อาหรับ รับรองว่าเดินตลาดทองดูไบที่นี่ไม่มีผิดหวังชัวร์

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ถ่ายรูปกับ‘ดูไบ เฟรม’คือสถาปัตยกรรมหน้าตาคล้าย ‘กรอบรูป’ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก นำท่านถ่ายรูปหน้าตึก(ไม่รวมค่าขึ้นตึก)ผ่านกระบวนการก่อสร้างมาถึง 10 ปีเต็ม ด้วยเม็ดเงินกว่า 43.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.39 พันล้านบาท คอนเซปต์ง่ายๆ ของ ‘ดูไบ เฟรม’ คือการแสดงภาพให้ผู้เข้าชมได้เห็นถึงสภาพแวดล้อมของดูไบ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพราะที่ตั้งของดูไบ เฟรม นั้นตั้งอยู่บริเวณเขตแบ่งระหว่างเมืองเก่าและเมืองใหม่อย่างพอดิบพอดี

นำท่านอิสระชอปปิ้งที่ เอมิเรตส์มอลล์(Mall of the Emirates)เป็นห้างขนาดใหญ่ มีร้านค้ามากมาย รวมถึงร้านต่างๆ ที่ได้รับความนิยมในดูไบ และ Borders, Debenhams, Zara และแม้แต่ Harvey Nichols สินค้าแบรนด์ดังอย่าง H&M และ Phat Farm สำหรับลูกค้าทั่วไป และ Via Rodeo ที่เต็มไปด้วย Versace, D&G, Ferragamoและอื่นๆ Mall of the Emirates มีร้านอาหารให้คุณเลือกจนแทบนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว ซึ่งมีเมนูอาหารนานาชาติให้เลือกมากมาย The Butcher’s Shop รวมอาหารสุดยอดที่นำเข้าจากแอฟริกาใต้ ที่ที่คุณต้องแวะทาน biltong (เนื้อตากแห้ง) หรือสเต็กรสเลิศอาหารจีน อาหารไทย


ค่ำ

อิสระอาหารค่ำ ที่ เอมิเรตส์มอลล์
สมควรแก่เวลาเดินทางสู่ สนามบินดูไบ 

22.35 น.

ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์Emirate Airline (EK)เที่ยวบินที่ EK374

วันที่ 5 กรุงเทพฯ
07.35 น.

เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม