P.DUBAI BI 01 : มหัศจรรย์ดูไบ

ประเทศ: บรูไน
ระยะเวลา: 5 วัน 3 คืน
สายการบิน: Emirate Airline (EK)
ขึ้นเครื่อง: สนามบินสุวรรณภูมิ
รวมมื้ออาหาร: 8 มื้อ
ระดับโรงแรม: 4 ดาว
ราคาเริ่มต้น : 29,900 บาท

Contact form

ไฮไลท์สำคัญ


  • ชมตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์

  • ถ่ายรูปกับรถFerrari•Grand Mosque•Heritage Village

  • นั่งรถลีมูซีน สุดหรู

  • ชมโชว์ระบำหน้าท้อง



heart ฟรี !! ขึ้นตึกเบิร์จคาลิฟา


โปรแกรมการเดินทาง

วันที่ 1 วันแรก กรุงเทพ • สุวรรณภูมิ • สนามบินนานาชาติดูไบ (-/-/-)
12.00 น.

พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิชั้น 4 ประตู 8 Row Tเคาท์เตอร์สายการบินเอมิเรตส์Emirate Airline (EK) โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน

15.50 น.

ออกเดินทางสู่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นครดูไบ โดยเที่ยวบิน EK377 บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง(ใช้เวลาบิน 6 ชั่วโมง 10 นาที+)

19.00 น.

ถึงสนามบิน ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง)ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นประเทศหนึ่งในตะวันออกกลางตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรอาหรับในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ริมอ่าวเปอร์เซียประกอบด้วยรัฐเจ้าผู้ครองนคร 7 รัฐได้แก่อาบูดาบีอัจมานดูไบฟูไจราห์ราสอัลไคมาห์ชาร์จาห์และอุมม์อัลไกไวน์ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ นครดูไบเป็นนครใหญ่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีพื้นที่ประมาณ 4,000 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรประมาณ 2 ล้านคน เมืองดูไบถือได้ว่าเป็นเมืองท่าที่สำคัญแห่งหนึ่งบนโลก และมีอัตราการเจริญเติบโตของเมืองสูงมาก

เดินทางสู่

ดูไบมอลล์(Dubai Mall)อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัยตั้งอยู่ที่ด้านล่างของ BurjKhalifaณ ใจกลางของตัวเมืองดูไบคือศูนย์การค้าขนาดใหญ่มหึมาซึ่งเป็นที่รวมของร้านค้ามากกว่า1,200 ร้านร้านอาหารและร้านกาแฟมากกว่า200 แห่งและตลาดขายทองในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลกสิ่งที่น่าสนใจด้านสันทนาการประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ไม่รวมค่าเข้าชม)ลานสเก็ตน้ำแข็งขนาดกีฬาโอลิมปิกสวนสนุกในร่มและโรงภาพยนตร์22 จอสถานที่อันดึงดูดใจเหล่านี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่มากกว่า5.9 ล้านตารางฟุต (550,000 ตารางเมตร) บนอาคารสี่ชั้น

นำท่านชม

น้ำพุแห่งดูไบ(Dubai Fountain) หรือ น้ำพุเต้นระบำ ตั้งอยู่ในทะเลสาบเบิร์จคาลิฟา ทะเลสาบที่เป็นศูนย์กลางของเมืองดูไบ ถูกรายล้อมไปด้วยตึกที่มีชื่อเสียง ได้แก่ ดูไบมอลล์เบิร์จคาลิฟา หรือ หอคอยคาลิฟา เดิมชื่อ เบิร์จดูไบ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาขนาดยักษ์ มีที่ตั้ง ณ “ชุมทางเชื่อมต่างระดับที่ 1” ของถนนชิค ซาเยด และถนนโดฮา นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมชื่อดังอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมากน้ำพุแห่ง ดูไบ นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่ง ของโครงการพัฒนาขนาดยักษ์ของ ดูไบ โดยน้ำพุนั้น มีความยาว 900 ฟุต หรือ 275 เมตร ซึ่งใหญ่กว่าสนามฟุตบอล 2 สนาม สามารถพ่นน้ำได้ครั้งละ 22,000 แกลลอน (83,000 ลิตร) และความสูงของการพ่นน้ำในแต่ละครั้งนั้นสูง ประมาณ 240 ฟุต หรือเทียบเท่ากับตึกสูงประมาณ 50 ชั้นสิ่งพิเศษของน้ำพุแห่ง ดูไบ จะใช้ไฟทั้งสิ้น 6,600 ดวง โปรเจคเตอร์สี 50 ตัว ควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยจะแสดงประกอบดนตรีครั้งละ ประมาณ 5 นาที โดยน้ำพุแห่ง ดูไบ ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้นกว่า 7.2 พันล้านบาท

พักที่

โรงแรม ALOFT CITY CENTER DEIRA หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่ 2 ตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์•อาบูดาบี•ถ่ายรูปกับรถFerrari•Grand Mosque•Heritage Village •เอทิฮัดทาวเวอร์(เช้า/กลางวัน/เย็น)
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารเช้าโรงแรม

จากนั้น

สุดพิเศษ!!นำท่านเดินทางสู่ชั้นที่ 124 ของตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ BurjKhalifa ตึกที่สูงที่สุดในโลก(รวมค่าบัตรขึ้นตึกชั้นที่ 124)หรือเดิมชื่อบุรจญ์ดูไบBurj Dubai ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่2ธันวาคมพ.ศ. 2552และเปิดให้ใช้ได้อย่างเป็นทางการเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาขนาดยักษ์มีที่ตั้งณ "ชุมทางเชื่อมต่างระดับที่1" ของถนนชิคซาเยดและถนนโดฮาเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกโดยมีความสูงประมาณ828เมตรและเมื่อวันที่22กรกฎาคมพ.ศ.2550ตัวตึกได้ทำสถิติกลายมาเป็นตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในโลกมีความสูงถึง546เมตรแซงตึกไทเป101เรียบร้อย (สูงกว่าตึกไทเป101ประมาณ97เมตรและสูงกว่าอาคารใบหยก2 218เมตร)


เดินทางสู่

สู่ อาบูดาบี(Abu Dhabi)จากดูไบใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อาบูดาบีตั้งอยู่บนเกาะรูปตัวทีที่ยื่นเข้าไปในอ่าวเปอร์เซียเมืองครอบคลุมพื้นที่ 67,340 ตาราง
กิโลเมตร (26,000 ตารางไมล์)และมีประชากรราว 860,000คนในปีค.ศ. 2007 อาบูดาบีถือเป็นเมืองที่ค่าครองชีพแพงที่สุด
อันดับ 3 ในภูมิภาคและอันดับ 26 ของโลก



เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น

ถ่ายรูปกับรถ Ferrari ณ บริเวณด้านหน้า เฟอร์รารี่เวิลด์Ferrari World theme park(ไม่รวมค่าเข้าชมประมาณ
70USD/ท่าน)เป็นสวนสนุกในร่มแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในโลกออกแบบมาได้อย่างโดดเด่นด้วยสัญลักษณ์เฟอร์รารี่ขนาดใหญ่บนหลังคาสีแดงสดส่วนโค้งเว้าของหลังคาได้แรงบันดาลใจจากFerrari GT body มีขนาดครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด200,000 ตารางเมตรมีพื้นที่ในร่มให้ผู้เข้าชมได้86,000 ตารางเมตรขนาดใหญ่พอๆกับ7 สนามฟุตบอลเลยทีเดียวจุดประสงค์ที่สร้างขึ้นก็เพื่อระลึกถึงผู้ผลิตรถยนต์เฟอร์รารี่ขวัญใจคนทั่วโลก

นำท่านชม

มัสยิด SHEIKH ZAYED BIN SULTAN AL NAHYAN GRAND MOSQUEมัสยิดที่สวยที่สุดในโลก เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ทุกคน ทันทีที่เดินเข้าสู่มัสยิดชิคชาเญด สิ่งที่สะดุดตาที่สุดเห็นจะเป็นสีขาวสะอาดตาของมัสยิดแห่งนี้ มัสยิดชิคชาเญด ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 10 ปี โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 1996 และเสร็จในปี 2007 โดยระดมช่างฝีมือมากกว่า 3,000 คนจากทั่วโลกมาร่วมสรรสร้างสถาปัตยกรรมอันงดงามแห่งนี้ วัสดุที่ใช้ในการสร้างมีตั้งแต่หินอ่อน เซรามิก คริสตัล และทองคำถือเป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานความทันสมัยให้เข้ากับวัฒนธรรมของศาสนาอิสลามได้อย่างลงตัว ความสำคัญของมัสยิดแห่งนี้นอกจากจะเป็นที่รองรับผู้มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้ถึง 40,000 คนแล้ว ยังเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มากที่สุดเป็นอันดับที่ 25 ของโลกด้วยไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาด คือ การเข้าชม โคมไฟแชนเดอร์เลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่าราว 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำจากทองคำและทองแดง นำเข้าจากประเทศเยอรมนีและ พรมผืนใหญ่ที่สุดในโลก ที่ทอเป็นผืนเดียวไม่มีรอยต่อ ขนาด 5,627 ตารางเมตรนอกจากเป็นสถานที่ ท่องเที่ยวและประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว มัสยิดชิคชาเญด ยังเป็นสุสานฝังพระบรมศพของ Sheikh Zayed bin Sultan Al Nahyanอดีตประธานาธิบดีคนแรกแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นผู้สร้างมัสยิดแห่งนี้ไว้ก่อนจะสวรรคตด้วย

***การแต่งกาย***
ผู้ชาย : ต้องแต่งตัวสุภาพเรียบร้อย ใส่กางเกงขายาว เสื้อแขนยาว
ผู้หญิง : ห้ามใส่เสื้อผ้ารัดรูป เสื้อและกางเกงห้ามแนบเนื้อ เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และต้องเตรียมผ้าสำหรับคลุมศีรษะด้วย

เดินทางสู่

Heritage Village (Heritage Village)จัดแสดงวิถีชีวิตอาหรับของUAE ถูกทำซ้ำในสมัยโบราณนี่เป็นรูปแบบดั้งเดิมของการฟื้นฟูบูรณะอดีตอาหรับสำหรับประเทศอาหรับที่นี่แสดงให้เห็นชีวิตในสมัยโบราณไม่เพียงแต่ของเอมิเรตของอาบู
ดาบีแต่ของเขตภูมิอากาศทั้งหมดของประเทศที่นี่ในบางพื้นที่คุณสามารถมองเห็นวิถีชีวิตของชาวโอเอซิสชายฝั่งทะเลผู้สร้างมรดกหมู่บ้านแห่งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตแบบเก่าแก่ของทั้งประเทศไม่ใช่แค่ภูมิภาคเดียวเท่านั้นแวะถ่ายรูปกับตึก
เอทิฮัดทาวเวอร์(Etihad Tower)คือกลุ่มอาคารที่ใช้ในการถ่ายทำฉาก‘จัมป์รถ’
ข้ามตึกของโดมินิกทอเรตโต (รับบทโดยวินดีเซล) ในหนังเรื่อง Furious 7ที่ผสมผสานทั้งความสวยงามยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมเข้ากับวีรกรรมสุดห่ามที่ไม่มีมนุษย์ปกติคนใครนึกอยากทำเป็นต้นแบบของความหรูหราและงดงามท่ามกลางบรรดาตึกระฟ้าในอาบูดาบีตัวอาคารสำนักงานสร้างจากหินอ่อนและประกอบไปด้วยการตกแต่งรายละเอียดอย่างใส่ใจและระบบไฟที่ทันสมัยทั่วทั้งอาคารตั้งแต่ทางเข้าอาคารผู้ที่แวะเวียนมาที่เอทิฮัดทาวเวอร์จะต้องประทับใจกับบรรยากาศและสภาพแวดล้อมชั้นหนึ่งที่ให้ทั้งความสะดวกสบายและความสวยงามทันสมัยจากนั้น เดินทางกลับดูไบใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงv

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่

โรงแรม ALOFT CITY CENTER DEIRA หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่ 3 พระราชวังชีค• สุเหร่าจูไมร่าห์•ชายหาดจูเมราห์•บุรจญ์อัลอาหรับ •ขึ้นรถไฟ Monorail• หมู่เกาะต้นปาล์ม•โรงแรมแอตแลนทิส•นั่งรถลิมูซีนชมเมือง•ทะเลทรายอาหรับ•ชมโชว์ระบำหน้าท้อง (เช้า/กลางวัน/เย็น)
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารเช้าโรงแรม

จากนั้น

แวะถ่ายรูปกับ พระราชวังชีค(Shiekh Palace)พระราชวังสุดอลังการของท่านชีคแห่งนครดูไบ ตกแต่งด้วยสิ่งของล้ำค่า
ประดับสวนปลูกต้นไม้อย่างร่มรื่นถ่ายรูปกับสุเหร่าจูไมร่าห์(JumeirahMosqe)สถานที่แสดงความศรัทธาและศึกษา
ศาสนาอิสลามสุเหร่าหินอ่อนสีขาวนวลสะอาดตามีงานสถาปัตยกรรมที่ทั้งสวยงามและทันสมัยและได้รับการกล่าวขาน
ว่าเป็นมัสยิดที่สวยงามที่สุดของเมืองเลยก็ว่าได้

เดินทางสู่

ชายหาดจูเมราห์(Jumeirah Beach)นำท่านถ่ายรูปกับตึก บุรจญ์อัลอาหรับ(Burj al-Arab)เป็นโรงแรมที่หรูหราในนครรัฐดูไบเรียกได้ว่าเป็นโรแรมระดับ 7 ดาว สุดหรู มีความสูง 321 เมตรหรือ 1,050 ฟุตและเป็นโรงแรมที่สูงที่สุดอันดับที่ 4 ของโลกและมีความสูงเป็นอันดับที่ 57 ของโลกตึกบุรจญ์อัลอาหรับตั้งอยู่บนเกาะเทียมที่ถูกถมขึ้นห่างจากชายฝั่งจูไมราบีช 280 เมตรและเชื่อมต่อด้วยสะพานที่มีลักษณะโค้งตึกบุรจญ์อัลอาหรับมีลักษณะโครงสร้างการออกแบบเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเมืองดูไบและตัวอาคารเลียนแบบมาจากใบของเรือใบ

จากนั้น

สุดพิเศษ!!! นำท่านขึ้นรถไฟMonorailจากปลายต้นปาล์มถึงยอดของต้นปาล์มสู่ หมู่เกาะต้นปาล์ม(The Palm Islands)เป็นโครงการก่อสร้างเกาะจำลองบริเวณอ่าวเปอร์เซียในดูไบในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์โดยแต่ละเกาะจะมีลักษณะรูปร่างเหมือนต้นปาล์มและล้อมรอบด้วยเสี้ยววงกลมโดยพื้นที่จะมีการจัดเป็นที่อยู่อาศัยและรีสอร์ทการพัฒนานี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศแวะชมโรงแรม แอตแลนทิสเดอะปาล์ม (Atlantis The Palm)คือนิยามใหม่ของรีสอร์ทที่เป็นจุดหมายปลายทาง ด้วยสถานที่ตั้งบนเกาะปาล์มที่เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ที่พักแห่งนี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของดูไบอย่างรวดเร็ว และเป็นหนึ่งในจุดสังเกตที่ ‘ต้องชม’ ของเมือง

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังรับประทานอาหารให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์สุดExclusiveนำท่านนั่งรถลิมูซีน(Limousine car) ชมเมืองดูไบ ที่พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่หรูหราเป็นรถสำหรับขับในเมืองอันดีเลิศและภูมิฐานหากคุณต้องการเดินทางแบบมีสไตล์และหรูหราอย่างแท้จริงนี่คือสิ่งที่สามารถตอบโจทย์คุณได้


นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัยเตรียมตัวแต่งกายไปทะเลทราย

**การไปทัวร์ทะเลทราย ต้องเป็นผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัว เช่นโรคหัวใจ หรือโรคความดัน ถ้าเมารถกรุณาแจ้งกับทางทัวร์ให้รับทราบ และทานยาแก้เมาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง กรุณาเตรียมแว่นตากันแดด ,ผ้าคลุมผม , หมวก และรองเท้าแตะจะสะดวกที่สุด หากไม่เดินทางไปร่วมกิจกรรมทางบริษัทขอสงวนสิทธ์การคืนค่าทัวร์***


จากนั้น

นำท่านตะลุยทะเลทรายด้วยรถ 4WDขับเคลื่อน 4 ล้อ 1 คัน/6 ท่านโดยรับท่านจากโรงแรมสู่ทะเลทรายอาหรับ(Arabian Desert)แห่งนี้เป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นอันดับ4 (รองจาก1. Antarctic Desert / 2.Arctic Desert / 3. Sahara Desert) ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของหลายประเทศในกลุ่มคาบสมุทรอาหรับเช่นจอร์แดนอิรักคูเวตกาตาร์โอมานเยเมนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ2,300,000 ตารางกิโลเมตรซึ่งถ้าเทียบกับประเทศไทยที่มีพื้นที่ประมาณ500,000 ตารางกิโลเมตรสนุกสนานกับการนั่งรถตะลุยทะเลทราย SAND DUNE พร้อมชมพระอาทิตย์ตกที่งดงาม ท่านจะได้สนุกสนานและตื่นเต้นไปกับประสบการณ์อันแปลกใหม่ นั่งรถตะลุยไปบนเนินทรายทั้งสูงและต่ำสลับกันไป (Sand Dune)นำท่านเดินทางไปทัวร์ทะเลทราย(Dune Safari & BBQ Dinner)


เย็น

บริการอาหารเย็น ณ แคมป์กลางทะเลทราย กับเมนูบาร์บีคิว (ไก่,เนื้อแกะ,เนื้อวัว) ให้ท่านได้ผ่อนคลายกับบรรยากาศ ที่แสนโรแมนติกในแบบฉบับของชาวพื้นเมือง พร้อมชมการแสดงโชว์ต่างๆอาทิเช่น ระบำหน้าท้อง Belly Dance ฟรี!!!Henna Tattooการเพ้นท์ลวดลายแบบฉบับชาวอาหรับ /ทดลองเครื่องสูบบารากู่พื้นเมืองของชาวอาหรับ
ชิมชา กาแฟ สไตล์อาหรับ ผลไม้ตามฤดูกาล /กิจกรรมขี่อูฐ

22.20 น.

นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก

พักที่

โรงแรม ALOFT CITY CENTER DEIRAหรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่ 4 พิพิธภัณฑ์ดูไบ•นั่งเรือ Abraข้ามฟาก •ตลาดเครื่องเทศ •ตลาดทอง•ดูไบเฟรม •เอมิเรตส์มอลล์• สนามบินดูไบ (เช้า/กลางวัน/อิสระมื้อเย็น)
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารเช้าโรงแรม

จากนั้น

ชมพิพิธภัณฑ์ดูไบ (Dubai Museum)ที่อยู่ในป้องปราการเก่าแก่อัลฟาฮิดิ(Al Fahidi Fort)ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะได้ทำความรู้จักดูไบอย่างลึกซึ้ง เป็นพิพิธภัณฑ์ประจำเมือง ท่านจะได้รู้ถึงบทสรุปของดูไบแบบย่อประวัติศาสตร์ทั้งหมดมาให้ชมแล้วเชื่อหรือไม่ว่าดูไบมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทุกๆ 10 ปีบริเวณด้านนอกพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงเรือโบราณจำนวนหลายลำอีกด้วย

จากนั้น

นั่งเรือ Abraข้ามฟากที่ Dubai Creekคือเวิ้งน้ำทะเลธรรมชาติจากอ่าวเปอร์เซียที่แบ่งเมืองออกเป็นสองส่วน ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือคือ Deira Dubai และทางด้านตะวันตกเฉียงใต้คือ Bur Dubai ทางน้ำแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ของดูไบ โดยเริ่มแรกคือช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่การค้ากับอินเดียและแอฟริกาและเป็นท่าเรือที่ปลอดภัยสำหรับเรือค้าขายตลาดเครื่องเทศและตลาดทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Spice Souk and Gold Souk)หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวดูไบที่ต้องไปสำรวจ ตลาดที่นี่เขาเรียกกันว่าซุค (Souk) สัมผัสบรรยากาศความวุ่นวายแต่มีสีสันตลาดเก่าแก่ของดูไบ ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือในอดีตเป็นที่ขนถ่ายสินค้าที่รวบรวมเครื่องเทศนานาชนิด ที่นำเข้ามาจากนานาประเทศ และทองคำที่ตั้งอยู่สองข้างทางนั้นสุกอร่ามละลานตามาก ไปเดินช้อปปิ้งแถบนี้อดเผลอคิดไม่ได้ว่าเดินอยู่ในท้องพระคลังเครื่องทองของสุลต่าน หากคุณเป็นคนนิยมเครื่องเพชรทองสไตล์อาหรับ รับรองว่าเดินตลาดทองดูไบที่นี่ไม่มีผิดหวังชัวร์

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารถ่ายรูปกับ‘ดูไบ เฟรม’คือสถาปัตยกรรมหน้าตาคล้าย ‘กรอบรูป’ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก นำท่านถ่ายรูปหน้าตึก(ไม่รวมค่าขึ้นตึก)ผ่านกระบวนการก่อสร้างมาถึง 10 ปีเต็ม ด้วยเม็ดเงินกว่า 43.5 ล้านเหรียญ
สหรัฐ หรือประมาณ 1.39 พันล้านบาท คอนเซปต์ง่ายๆ ของ ‘ดูไบ เฟรม’ คือการแสดงภาพให้ผู้เข้าชมได้เห็นถึงสภาพแวดล้อมของดูไบ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพราะที่ตั้งของดูไบ เฟรม นั้นตั้งอยู่บริเวณเขตแบ่งระหว่างเมืองเก่าและเมืองใหม่อย่างพอดิบพอดี นำท่านอิสระชอปปิ้งที่เอมิเรตส์มอลล์ (Mall of the Emirates)เป็นห้างขนาดใหญ่ มีร้านค้ามากมาย รวมถึงร้านต่างๆ ที่ได้รับความนิยมในดูไบ และ Borders, Debenhams, Zara และแม้แต่ Harvey Nichols สินค้าแบรนด์ดังอย่าง H&M และ Phat Farm สำหรับลูกค้าทั่วไป และ Via Rodeo ที่เต็มไปด้วย Versace, D&G, Ferragamoและอื่นๆ Mall of the Emirates มีร้านอาหารให้คุณเลือกจนแทบนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว ซึ่งมีเมนูอาหารนานาชาติให้เลือกมากมาย The Butcher’s Shop รวมอาหารสุดยอดที่นำเข้าจากแอฟริกาใต้ ที่ที่คุณต้องแวะทาน biltong (เนื้อตากแห้ง) หรือสเต็กรสเลิศอาหารจีน อาหารไทย

ค่ำ

อิสระอาหารค่ำ ที่ เอมิเรตส์มอลล์สมควรแก่เวลาเดินทางสู่ สนามบินดูไบ

22.30 น.

ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์Emirate Airline (EK)เที่ยวบินที่ EK374

วันที่ 5 กรุงเทพ (-/-/-)
08.00 น.

เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

แพ็คเกจแนะนำ