P.CHINA ZG 18 : T-SUD OF DRAGON BEIJING

ประเทศ: จีน
ระยะเวลา: 5 วัน 3 คืน
สายการบิน: CHINA EASTERN AIRLINES
ขึ้นเครื่อง: สุวรรณภูมิ
รวมมื้ออาหาร: 10 มื้อ
ระดับโรงแรม: 4 ดาว
ราคาเริ่มต้น : 17,900 บาท

Contact form

ไฮไลท์สำคัญ

เที่ยวปักกิ่ง พักหรู 4 ดาว

เที่ยวเต็ม ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์

พิเศษ!! เป็ดปักกิ้ง, สุกี้สมุนไพร


โปรแกรมการเดินทาง

วันที่ 1 กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) - ปักกิ่ง
22.00 น.

พร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางเข้า 10 เคาน์เตอร์ U สายการบินไชน่าอีสเทิร์นแอร์ไลน์ (MU) โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับ และบริการเรื่องกระเป๋าเดินทาง เช็คอินรับบัตรที่นั่งบนเครื่องบิน

01.05 น.

เหิรฟ้าสู่ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน โดยสายการบิน CHINA EASTERN AIRLINES เที่ยวบินที่ MU2072 บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง (ใช้ระยะเวลาบิน 5 ชั่วโมง 10 นาที)




วันที่ 2 จัตุรัสเทียนอันเหมิน – พระราชวังต้องห้าม – ร้านนวดฝ่าเท้า - หอบูชาฟ้าเทียนถาน -ชมโชว์กายกรรมปักกิ่ง
07.15 น.

เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง ประเทศเทศจีน (เวลาที่ประเทศจีนเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจหนังสือเดินทางและศุลกากรแล้ว รับกระเป๋าสัมภาระ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงปักกิ่ง
 

จากนั้น

นำท่านสู่ จัตุรัสเทียนอันเหมิน ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เป็นจัตุรัสขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก ด้วยพื้นที่ทั้งสิ้น 440,000 ตร.ม. (กว้าง 500 เมตร, ยาว 880 เมตร) สามารถจุประชากรได้ถึง 1 ล้านคน จัตุรัสแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง (เมื่อปีค.ศ. 1417) เดิมมีชื่อว่าเดิมว่า “เฉิงเทียนเหมิน” ต่อมาในปีค.ศ. 1651 ซึ่งเป็นสมัยจักรพรรดิซุ่นจื้อแห่งราชวงศ์ชิงมีการบูรณะซ่อมแซมใหม่และได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น “เทียนอันเหมิน” มาถึงปัจจุบัน จัตุรัสเทียนอันเหมินถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของประเทศจีนเพราะเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางราชการอีกทั้งเคยมีเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองในประวัติศาสตร์ชาติจีนเกิดขึ้นและจารึกไว้มากมาย จากนั้นนำท่านชม พระราชวังต้องห้าม ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจตุรัสเทียนอันเหมิน เป็นพระราชวังหลวงมาตั้งแต่สมัยกลางราชวงศ์หมิงจนถึงราชวงศ์ชิง พระราชวังต้องห้ามยังรู้จักกันในนาม พิพิธภัณฑ์พระราชวัง ครอบคลุมพื้นที่ 720,000 ตารางเมตร อาคาร 800 หลัง มีห้องทั้งหมด 9,999 ห้อง และมีพระที่นั่ง 75 องค์ หอพระสมุด ห้องหับต่างๆอีกมาก รวมทั้งยังมีสวน ลานกว้าง ทางเดินเชื่อมกันโดยตลอด มีคูและกำแพงที่สูงถึง 11 เมตรล้อมรอบ ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 14 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 1949 จนถึง พ.ศ. 1963 ในอดีตพระราชวังแห่งนี้ เป็นเขตหวงห้ามไม่ไห้ประชาชนเข้า แม้ข้าราชการชั้นสูงยังต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษ จึงเรียกพระราชวังนี้ว่า "พระราชวังต้องห้าม" จักรพรรดิจะทรงประทับอยู่ในพระราชวังแห่งนี้กั้นพระองค์จากโลกภายนอก โดยมี
สนมกำนัล ขันที และข้าหลวงรับใช้ซึ่งคนเหล่านี้ต้องอาศัยอยู่ในนครต้องห้ามตลอดชีวิต เพื่อความสำราญของจักรพรรดิ ในวังจะมีวิเสท 6,000 คน ประกอบพระกระยาหาร มีสนมกำนัล 9,000 นาง ซึ่งมีขันที 70,000 คน คอยดูแลให้ มีคำเล่าลือกันว่า พระนางซูสีไทเฮา เวลาเสวยก็จะมีพระกระยาหารถึง 148 ชุด และทรงส่งขันทีไปเสาะหาชายหนุ่มซึ่งเข้าวังแล้วจะไม่มีผู้ใดพบเห็นอีกเลย

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น

นำท่านแวะ ร้านนวดเท้า ชมการสาธิต การนวดเท้า ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งในการผ่อนคลายความเครียด ปรับสมดุลให้การไหลเวียนของโลหิตด้วยวิธีธรรมชาติ

จากนั้น

นำท่านสู่ หอบูชาฟ้าเทียนถาน ถูกลงทะเบียนเป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ. 1998 หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในจีน สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง ค.ศ.1420 เป็นสถานที่ซึ่งจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง และราชวงศ์ชิงใช้เป็นที่บวงสรวงเทพยดา เพื่อขอพรให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ขอให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์เป็นประจำทุกปี ปัจจุบันกลายเป็นเขตของสวนสาธารณะเทียนถาน ภายในมีพื้นที่กว่า 1,668.75 ไร่ อุดมไปด้วยต้นไป๋กว่า 4,000 ต้น แต่ละต้นมีอายุไม่ต่ำกว่าร้อยปี

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารเย็นนำท่านชม กายกรรมปักกิ่ง เป็นการแสดงความสามารถของนักแสดงในการโชว์หวาดเสียวและความยืดหยุ่นของร่างกาย มีการแสดงหลายหลายชุด แต่ละการแสดงจะแตกต่างกันไปโชว์ความสามารถหลายๆๆด้าน เช่น โชว์หมุนจาน โชว์ควงของ เป็นต้น แต่ไฮไลท์เลยคือการขับมอเตอร์ไซค์หลายๆๆ คันวนอยู่ในพื้นที่จำกัดและโวกายกรรมปักกิ่งนั้นยังชื่อเป็นโชว์กายกรรมที่มีชื่อก้องโลกมาก

พักที่

HOLIDAY INN EXPRESS HOTEL หรือ YI FU HOTEL เทียบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่ 3 พระราชวังฤดูร้อน – ร้านไข่มุก – วัดหลิงกวง(วัดพระเขี้ยวแก้ว) – ร้านปี่เซียะ
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

จากนั้น

นำท่านเดินทางสู่ พระราชวังฤดูร้อน หรือ อี้เหอหยวน ตั้งอยู่ในเขตไห่เตี้ยน ห่างจากตัวเมืองปักกิ่งไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 15 กิโลเมตร พระราชวังนี้มีพื้นที่ 1,813 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นทะเลสาบคุนหมิง จากนั้นนำดินไปถมเป็นภูเขาแล้วสร้างวังบนภูเขา พร้อมตำหนักน้อยใหญ่หลายหลัง สวนดอกไม้กว่า 300 แห่ง เดิมนั้นเป็นวังหลวงและสวนดอกไม้ของพระเจ้ากุบไลข่าน ในปี ค.ศ.1153 มีการต่อเติมในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง โดยเฉพาะสมัยพระเจ้าคังซีถึงสมัยพระเจ้าเฉียนหลง ใช้เวลาถึง 60 ปี แล้วเสร็จในปี ค.ศ.1750 กษัตริย์ราชวงศ์ชิงทรงใช้เป็นที่เสด็จแปรพระราชฐานหนีความร้อนจากพระราชวังหลวงที่ปักกิ่ง ในฤดูร้อนมาประทับที่พระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าอุทยานแห่งนี้เป็นอุทยานหลวงที่งดงามที่สุดของจีน จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่กรุงปักกิ่ง ระหว่างทางนำท่านแวะชม ร้านไข่มุก เลือกซื้อครีมไข่มุกบำรุงผิว ที่สกัดมาจากไข่มุกน้ำจืด ที่เพาะเลี้ยงในทะเลสาบ

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น

นำท่านชม วัดหลิงกวง หรือวัดแสงศักดิ์สิทธิ์ หนึ่งในวัดที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของจีน อันเป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว พระทันตธาตุของพระพุทธเจ้าหนึ่งเดียวในโลก วัดหลิงกวงตั้งอยู่ชานกรุงปักกิ่ง โอบล้อมด้วยภูเขาและทัศนียภาพอันสวยงาม ตัววัดไม่ได้ใหญ่โตมากนัก แต่ถือเป็นวัดที่มีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งในจีน และเป็นที่เก็บสะสมโบราณวัตถุต่างๆ ของโบราณจากพระราชวังต้องห้าม ที่นายโจวเอินไหล อดีตนายกรัฐมนตรีของจีน มอบให้แก่ทางวัด

จากนั้น

นำท่านแวะ ร้านปี่เซียะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับโชคลาภเงินทองของจีน และที่นี่ท่านจะได้ศึกษาศาสตร์แห่งการเสริมโชคลาภ บารมี ศาสตร์การแก้ไขฮวงจุ้ยของชาวจีน เหมาะสำหรับท่านที่ทำการค้าขาย หรือประกอบกิจการต่างๆ

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่

HOLIDAY INN EXPRESS HOTEL เทียบเท่าระดับ 4 ดาว หรือระดับเดียวกัน

วันที่ 4 ร้านหยก - กำแพงเมืองจีนด่านจีหย่งกวน – ร้านผลิตภัณฑ์ยางพาราโอโซน - วัดลามะหย่งเหอกง - นั่งสามล้อชมย่านโบราณหูถ้ง - ถนนคนเดินหวังฝูจิ่ง
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

จากนั้น

นำท่านชม ร้านหยก ซึ่งเป็นเครื่องประดับนำโชค ให้ท่านได้เลือกซื้อเป็นของฝากอันล้ำค่าแก่คที่ท่านรัก จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กำแพงเมืองจีน ด่านจีหย่งกวย หรือที่ชาวจีนเรียกว่า“กำแพงหมื่นลี้” 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง สัญลักษณ์ทางประวัติศาตร์ของประเทศจีนอันยาวนาน กำแพงส่วนใหญ่ที่ปรากฏในปัจจุบันสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฉิน ทั้งนี้เพื่อป้องกันการรุกรานจากชาวฮันหรือซังหนู คำว่า ซวงหนู ตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจว (ราว 450 ปีก่อนคริสตกาล)

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น

นำท่านสู้ ร้านผลิตภัณฑ์ยางโอโซน ให้ท่านได้เลือกชมสินค้าและผลิตภัณฑ์เครื่องนอนเพื่อสุขภาพชนิดต่างๆ

จากนั้น

นำชม วัดลามะหย่งเหอกง วัดใหญ่ที่เก่าแก่ของศาสนาพุทธนิกายทิเบตอันลือชื่อในกรุงปักกิ่ง เป็นโบราณสถานที่รวมเอกลักษณ์ของชนชาติฮั่น แมนจู มองโกล และทิเบต สี่ชนชาติสำคัญของจีนไว้ได้อย่างลงตัวและครบครัน ซึ่งมีอยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในประเทศจีน มีเนื้อที่กว่า 60,000 ตารางกิโลเมตร มีตำหนักต่างๆกว่า 1,000 ห้อง แต่เดิมวัดนี้เคยเป็นวังที่ประทับขององค์ชายสี่ ของล้ำค่าในวัดลามะคือ พระพุทธรูปพระศรีอริยเมตไตรยที่อยู่ในวิหารว่านฝูเก๋อ ซึ่งเป็นวิหารที่สูงใหญ่ที่สุดภายในวัดลามะ สูงกว่า 30 เมตร มีหลังคา 3 ชั้น ก่อด้วยไม้ทั้งหมด ในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปพระศรีอริยเมตไตรยปางยืน ที่แกะสลักด้วยไม้จันทน์หอม สูง 26 เมตร ส่วนล่าง 8 เมตรฝังอยู่ใต้ดิน อีก 18 เมตรอยู่เหนือพื้นดิน พระพุทธรูปทั้งองค์มีน้ำหนักประมาณ 100 ตัน ได้ถูกบันทึกไว้ในกินเนสบุ๊กว่าเป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากไม้จันทร์หอมต้นเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก

จากนั้น

นำท่าน นั่งสามล้อชมย่านโบราณหูถ้ง เป็นตรอกซอกซอยโบราณที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของปักกิ่ง ส่วนใหญ่สร้างในสมัยราชวงศ์หยวน หมิงและชิง โดยสร้างอยู่รายรอบบริเวณพระราชวังต้องห้าม แรกเริ่มนั้นการจัดที่พักอาศัยในหูถ้งจะกำหนดตามฐานะทางสังคม ยิ่งอยู่ใกล้พระราชวังต้องห้ามมากเท่าไหร่ ก็แสดงถึงฐานะทางสังคมที่สูงขึ้นตามลำดับ หูถ้งที่อยู่ในแนวทิศตะวันออกจรดทิศตะวันตกของพระราชวังต้องห้ามจะเป็นที่พักอาศัยของขุนนางและชนชั้นสูง ส่วนหูถ้งที่อยู่ในแนวทิศเหนือจรดทิศใต้นั้นจะเป็นที่พักอาศัยของสามัญชน


จากนั้น

นำท่านสู่ ถนนหวังฝูจิ่ง เป็นย่านการค้าที่เป็นถนนคนเดินเพียงแห่งเดียวของกรุงปักกิ่ง เป็นศูนย์รวมของร้านค้าแบรนด์เนมและแฟชั่นสมัยใหม่ แผงขายอาหารกทานเล่นและร้านอาหารภัตตาคาร ร้านกาแฟ บาร์เบียร์สไตล์ตะวันตก เป็นแหล่งนัดพบของวัยรุ่นและแหล่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมักนิยมมาเยือนของกรุงปักกิ่ง

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่

HOLIDAY INN EXPRESS HOTEL เทียบเท่าระดับ 4 ดาว หรือระดับเดียวกัน

วันที่ 5 ถ่ายรูปหน้าสนามกีฬารังนก – ร้านบัวหิมะ - ตลาดรัสเซีย - ปักกิ่ง – กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

จากนั้น

นำท่านถ่ายรูปหน้าสนามกีฬาแห่งชาติกรุงปักกิ่ง หรือที่รู้จักในนาม “สนามกีฬารังนก” เป็นสนามกีฬาหลักที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ส่วนที่เรียก ว่า "สนามรังนก"นั้น เพราะลักษณะของสนามมีการออกแบบให้ดูคล้าย "รังนก" โดยใช้โครงเหล็กมาสอดประสานทับกันไปมา จนดูคล้ายรังนกขนาดใหญ่ จุผู้ชมได้ 91,000 ที่นั่ง โดยเริ่มก่อสร้างขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2547 เสร็จสิ้นพร้อมเปิดใช้งานเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2551 เป็นผลงานการออกแบบร่วมกันระหว่าง Herzog & DeMeuron สถาปนิกชาวสวิตเซอร์แลนด์ ที่ออกแบบร่วมกับ China Architecture Design Institute และบริษัท Arup โดยมี อ้าย เหว่ย เหว่ย ศิลปินร่วมสมัยชาวจีนเป็นคนให้คำปรึกษาในการออกแบบ

จากนั้น

นำท่านแวะชม ร้านยาบัวหิมะ ชมครีมเป่าซู่ถัง หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “บัวหิมะ” สรรพคุณเป็นเลิศในด้านรักษาแผลไฟไหม ผุพอง และแมลงกัดต่อย เป็นยาสามัญประจำบ้าน

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้น

นำท่านช้อปปิ้งที่ ซิ่วสุ่ยเจีย หรือที่คนไทยรู้จักกันในนามของ ตลาดรัสเซีย ซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าแบรนด์จีน และสินค้าเลียนแบบแบรนด์เนมต่างๆมากมาย อาทิกุชชี่ พราด้า ดีแอนด์จี หรืออย่างรองเท้ากีฬาชื่อดังไนกี้ อาดิดาสและแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ จนหลายคนที่บอกว่ามาเมืองจีนจะต้องมาหาซื้อของเลียนแบบจากที่นี่สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินนานาชาติปักกิ่ง

19.50 น.

เหิรฟ้ากลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน CHINA EASTERN AIRLINES เที่ยวบินที่ MU2071(มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) (ใช้ระยะเวลาบิน 5 ชั่วโมง 10 นาที)  

00.05 น.

เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ